2026-07-20
[สุขภาพตา] การใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นจากการกักตัวในสถานการณ์โควิด-19! มาป้องกันผลข้างเคียงจากแสงสีฟ้ากันเถอะ
การใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นจากการกักตัวในสถานการณ์โควิด-19 อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพตา เช่น สายตายาวก่อนวัย ตาแห้ง และผลข้างเคียงจากแสงสีฟ้า มาเรียนรู้วิธีป้องกันและดูแลสุขภาพตาอย่างถูกวิธีกันเถอะ
![[สุขภาพตา] การใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นจากการกักตัวในสถานการณ์โควิด-19! มาป้องกันผลข้างเคียงจากแสงสีฟ้ากันเถอะ](/uploads/smileeye2019/221827834269/983c3f3006184f4e.jpg)


สวัสดีครับ นี่คือ Gangnam Smile Eye Clinic ที่ช่วยให้คุณกลับมามีรอยยิ้มแห่งความสุขจากการมองเห็น
เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า โควิด-19) เพิ่มขึ้น ทำให้กิจกรรมกลุ่มหลายอย่างถูกเลื่อนออกไป
และประชาชนทุกคนกำลังพยายามป้องกันการแพร่ระบาด เมื่อทำกิจกรรมกลางแจ้ง ผู้คนจะสวมหน้ากากอนามัย
และล้างมือเป็นประจำ บางคนก็กักตัวเอง
กิจกรรมภายนอกลดลง ทำให้เกิดแนวโน้มที่จะเลือกใช้ช่องทางออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้ง วัฒนธรรม หรืองานอดิเรก
และคาดว่าเวลาที่ต้องสัมผัสกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก และคอมพิวเตอร์ ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

ตามผลการสำรวจ ‘พฤติกรรมการใช้สื่อกระจายเสียงปี 2019’ ที่เผยแพร่โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรคมนาคมแห่งชาติเมื่อวันที่ 30 มกราคมปีนี้
เวลาเฉลี่ยในการใช้สมาร์ทโฟนต่อวันเพิ่มขึ้นจาก 1 ชั่วโมง 36 นาทีในปี 2018 เป็น 1 ชั่วโมง 39 นาทีในปี 2019
ในปีนี้ จำนวนครัวเรือนที่ต้องกักตัวเนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 เพิ่มขึ้น
และคาดว่าเวลาการใช้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดจากการใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นคือ สายตายาวก่อนวัย ตาแห้ง และการสัมผัสแสงสีฟ้าเป็นเวลานาน
ประการแรก สมาร์ทโฟนมีลักษณะที่ต้องใช้งานในระยะใกล้เป็นเวลานาน
ซึ่งเป็นการใช้งานเลนส์ตาและกล้ามเนื้อปรับเลนส์ตามากเกินไป ทำให้แม้ในวัยหนุ่มสาวก็อาจมีปัญหาในการโฟกัสตัวอักษร
และอาจทำให้เกิดอาการ ‘สายตายาวก่อนวัย’ ที่ทำให้ดวงตาอ่อนล้า
นอกจากนี้ จำนวนครั้งในการกะพริบตาลดลง ทำให้ตาแห้งและตาแดงง่ายขึ้น

แสงสีฟ้าเป็นแสงที่ปล่อยออกมาจากจอแสดงผล เช่น สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ให้แสงสว่าง LED
มีประเด็นหลักๆ สองประเด็น
ประเด็นแรกคือ แสงสีฟ้าที่เข้าสู่ดวงตาจะกระตุ้นความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ทำให้เซลล์จอประสาทตาเสียหาย
ประเด็นที่สองคือ มีผลต่อการหลั่งเมลาโทนิน ทำให้เกิดความผิดปกติของการนอนหลับ (โรคนอนไม่หลับ)
แม้ว่าจะมีรายงานบางฉบับระบุว่าความเสียหายของจอประสาทตาจากแสงสีฟ้าไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวล แต่
ผลการวิจัยที่ระบุว่าทำให้เกิดความผิดปกติของการนอนหลับนั้นได้รับการรายงานอย่างสม่ำเสมอ
แล้วจะมีวิธีใดบ้างที่จะรักษาสุขภาพดวงตาที่ต้องใช้งานหนักจากการใช้สมาร์ทโฟน
และป้องกันความผิดปกติของการนอนหลับได้?
1. พฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนที่ถูกต้อง
ประการแรก ควรละสายตาจากสมาร์ทโฟนเป็นระยะๆ และมองไปที่ไกลๆ เพื่อคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อเลนส์ตา
และจำเป็นต้องกะพริบตาอย่างตั้งใจเพื่อให้น้ำตาไหลเวียน
หากคุณรู้สึกถึงอาการเมื่อยล้าในดวงตา รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม หรือตาแดง ควรได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะกลายเป็นเรื้อรัง

2. การใช้ฟังก์ชันบล็อกแสงสีฟ้า
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ผลิตได้เพิ่มฟังก์ชันที่สามารถลดแสงสีฟ้าได้ในสมาร์ทโฟน วิธีและชื่อเรียกในการลดแสงสีฟ้าจะแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและระบบปฏิบัติการ เราจะเปรียบเทียบโทรศัพท์ Samsung และ Apple เป็นตัวอย่าง

① Samsung
Samsung Electronics ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ได้ติดตั้งฟังก์ชันปรับแสงหน้าจอ
ภายใต้ชื่อ ‘ตัวกรองแสงสีฟ้า’ ตั้งแต่รุ่น Galaxy S7
วิธีเปิดใช้งานตัวกรองแสงสีฟ้าคือ คลิก ‘จอแสดงผล’ ในแอปพลิเคชัน ‘การตั้งค่า’
จากนั้นเลือก ‘ตัวกรองแสงสีฟ้า’ เพื่อเปิดใช้งานตัวกรองแสงสีฟ้า
② Apple
iPhone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ได้เพิ่มฟังก์ชัน ‘Night Shift’ ตั้งแต่ iOS 9.3
เพื่อปรับแสงสีฟ้า
เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน Android iPhone ก็สามารถปรับตัวกรองแสงสีฟ้าได้โดยเลือก ‘จอแสดงผลและความสว่าง’ ในแอปพลิเคชัน ‘การตั้งค่า’ จากนั้นเปิดใช้งานฟังก์ชัน ‘Night Shift’
3. การรักษาตาแห้งโดยผู้เชี่ยวชาญ (IPL Laser)
ตาแห้งก็ต้องการการรักษาที่เหมาะสมตามสาเหตุ
ในบรรดาวิธีการรักษาเหล่านั้น IPL Laser เป็นวิธีสำหรับผู้ป่วย
ที่ไม่ได้รับผลลัพธ์ที่เพียงพอจากการรักษาตาแห้งแบบเดิม (เช่น น้ำตาเทียม)
อุปกรณ์ IPL Laser ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่โดยกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ จะช่วยละลายไขมันที่แข็งตัวในต่อมไมโบเมียนและช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น
นอกจากนี้ ยังช่วยลดการหลั่งสารอักเสบโดยการฆ่าเชื้อที่ขอบเปลือกตาและทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัว
จึงได้รับความสนใจในฐานะวิธีการใหม่ในการรักษาตาแห้ง

ตาแห้ง โรคเรื้อรังของคนยุคใหม่
Gangnam Smile Eye Clinic ได้พัฒนาระบบการรักษาที่ปรับให้เข้ากับสภาพเปลือกตาและพื้นผิวตาของผู้ป่วยแต่ละราย
และให้ผลการรักษาที่มั่นคง
แม้ว่าจะมีอาการตาแห้งเรื้อรัง ก็อย่าเพิ่งท้อแท้ หากได้รับการรักษาอย่างจริงจัง ก็สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้อย่างแน่นอน
รับการดูแลตาแห้งจากทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์มากมาย

คำถามที่พบบ่อย
การใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานานส่งผลต่อดวงตาอย่างไร?
การใช้สมาร์ทโฟนในระยะใกล้เป็นเวลานานจะทำให้เลนส์ตาและกล้ามเนื้อปรับเลนส์ตาทำงานหนักเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการสายตายาวก่อนวัยแม้ในวัยหนุ่มสาว นอกจากนี้ จำนวนครั้งในการกะพริบตาลดลง ซึ่งอาจทำให้อาการตาแห้งแย่ลงได้
แสงสีฟ้าส่งผลต่อสุขภาพตาอย่างไร?
แสงสีฟ้าที่เข้าสู่ดวงตาอาจทำให้เกิดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันในเซลล์จอประสาทตาและทำให้เกิดความเสียหาย นอกจากนี้ ผลการวิจัยที่ระบุว่ามีผลต่อการหลั่งเมลาโทนินและทำให้เกิดความผิดปกติของการนอนหลับ (โรคนอนไม่หลับ) นั้นได้รับการรายงานอย่างสม่ำเสมอ
จะใช้ฟังก์ชันบล็อกแสงสีฟ้าบนสมาร์ทโฟนได้อย่างไร?
สำหรับโทรศัพท์ Samsung Galaxy สามารถเปิดใช้งาน ‘ตัวกรองแสงสีฟ้า’ ได้โดยคลิก ‘จอแสดงผล’ ในแอป ‘การตั้งค่า’ สำหรับ iPhone สามารถปรับได้โดยเลือก ‘จอแสดงผลและความสว่าง’ ในแอป ‘การตั้งค่า’ จากนั้นเปิดใช้งานฟังก์ชัน ‘Night Shift’
IPL Laser มีประสิทธิภาพในการรักษาตาแห้งหรือไม่?
IPL Laser เป็นวิธีที่มีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับผลลัพธ์จากการรักษาตาแห้งแบบเดิม ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่โดยกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ และช่วยละลายไขมันที่แข็งตัวในต่อมไมโบเมียน ช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น และลดการหลั่งสารอักเสบ ซึ่งช่วยในการรักษา
พฤติกรรมที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพตาขณะใช้สมาร์ทโฟนคืออะไร?
ควรละสายตาจากสมาร์ทโฟนเป็นระยะๆ และมองไปที่ไกลๆ เพื่อคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อเลนส์ตา นอกจากนี้ ควรตั้งใจกะพริบตาเพื่อให้น้ำตาไหลเวียน และหากมีอาการเมื่อยล้าในดวงตา ควรได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ