2026-09-23
ค่าสายตาหลังทำ SMILE Lasik เป้าหมายคือ 1.0 หรือไม่? วิธีให้ได้ค่าสายตาตามเป้าหมาย | คลินิกจักษุสถานีคังนัม
ทำความเข้าใจค่าสายตาเป้าหมายในการทำ SMILE Lasik ทำไมเป้าหมายไม่ใช่แค่การได้ตัวเลขสูงๆ แต่เป็นการตรวจวิเคราะห์สภาพดวงตาเฉพาะบุคคลอย่างแม่นยำ พร้อมปัจจัยและวิธีการดูแลให้สายตาคมชัดปลอดภัย


สวัสดีครับ/ค่ะ
Gangnam Smile Eye Clinic ครับ/ค่ะ 😊💙
ในระหว่างการปรึกษาและการติดตามผลหลังการผ่าตัด SMILE Lasik มักจะมีคำถามที่คนไข้สงสัยบ่อยๆ ดังนี้ครับ/ค่ะ
“ถ้าทำ SMILE Lasik แล้วค่าสายตาจะได้เท่าไหร่?” “จะมองเห็นได้ถึง 1.5 ไหม?” “หลังผ่าตัดได้ค่าสายตา 1.0 ถือว่าได้ผลดีหรือยัง?”
โดยเฉพาะในการตรวจวัดสายตาหลังการผ่าตัด
เมื่อเราแจ้งว่า “ปัจจุบันค่าสายตาที่แก้ไขได้อยู่ที่ 1.0 ครับ/ค่ะ”
ก็มักจะมีบางท่านถามกลับมาว่า
“ได้แค่ 1.0 เองเหรอครับ/ค่ะ?”
แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญจุดหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อนครับ/ค่ะ
เป้าหมายของการผ่าตัดแก้ไขสายตาไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำให้ได้ตัวเลขที่สูงที่สุดบนชาร์ตวัดสายตาเสมอไป
ในวันนี้ เราจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง
‘ค่าสายตาเป้าหมาย’ และ ‘ค่าสายตาที่แก้ไขได้’ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการทำ SMILE Lasik รวมถึง
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ได้ค่าสายตาหลังผ่าตัดที่ดีเยี่ยมกันครับ/ค่ะ
‘ค่าสายตาเป้าหมาย’ ในการทำ SMILE Lasik คืออะไร?

ก่อนอื่น มาดูหลักการทำงานของ SMILE Lasik กันอย่างคร่าวๆ ครับ/ค่ะ
ในกรณีที่ดวงตามีภาวะสายตาสั้นหรือสายตาเอียง
แสงที่เข้าสู่ดวงตาจะไม่สามารถโฟกัสลงบนจอประสาทตาได้อย่างพอดี ทำให้มองเห็นในระยะไกลไม่ชัดเจนหรือพร่ามัว
การผ่าตัดแก้ไขสายตามีเป้าหมายเพื่อแก้ไขความผิดปกติของสายตา เช่น สายตาสั้นและสายตาเอียงเหล่านี้
เพื่อปรับสภาพการหักเหแสงของดวงตาให้อยู่ในเกณฑ์สายตาปกติ (Emmetropia) หรือใกล้เคียงกับสายตาปกติมากที่สุด
นั่นหมายความว่า
“การทำให้ได้สายตา 1.5” จึงไม่ใช่เป้าหมายหลักของการผ่าตัด
แต่เป็นการนำผลตรวจก่อนผ่าตัด เช่น
สภาพกระจกตา ค่าสายตา ความสามารถในการมองเห็นสูงสุดที่แก้ไขได้ ฯลฯ มาประเมินร่วมกัน
เพื่อกำหนดค่าสายตาที่คาดหวังและตั้งเป้าหมายการแก้ไขหลังการผ่าตัด
แล้วทำไมผลลัพธ์สายตาหลังผ่าตัดของแต่ละคนจึงแตกต่างกัน?





แม้ว่าจะมีค่าสายตาสั้นเท่ากัน
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ระดับการมองเห็นหลังผ่าตัดเท่ากันทั้งหมดครับ/ค่ะ
ยกตัวอย่างเช่น แม้จะมีสายตาสั้น -4.00D เท่ากัน
แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ มากมาย เช่น
รูปทรงของกระจกตา
ระดับของสายตาเอียง
ขนาดของรูม่านตา
โครงสร้างของดวงตา
ชั้นฟิล์มน้ำตาและภาวะตาแห้ง
สภาพของจอประสาทตาและเส้นประสาทตา
การมองเห็นสูงสุดที่แก้ไขได้ก่อนการผ่าตัด
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ค่าสายตาหลังผ่าตัดมีความแตกต่างกันได้
ดังนั้น จึงไม่ควรคิดว่า “ยิ่งเจียรหรือปรับแก้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมองเห็นชัดมากขึ้นเท่านั้น”
ในทางกลับกัน การปรับแก้เกินความจำเป็นอาจนำไปสู่ปัญหาการแก้ไขค่าสายตาเกิน (Overcorrection) ได้
การแก้ไขอย่างแม่นยำเท่าที่ดวงตาของตนเองต้องการจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ/ค่ะ
ทำอย่างไรให้ค่าสายตาหลัง SMILE Lasik ออกมาดีที่สุด?

ในความเป็นจริง การทำ ATOS SMILE หรือ Smart Lasik ของคลินิกเรา
สามารถบรรลุค่าสายตาเป้าหมายในการแก้ไขได้ถึง 99.9% ในทุกๆ ปี
ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่พบได้บ่อยนักที่คลินิกจะสามารถควบคุมการผ่าตัดทุกเคส
ให้ได้ค่าสายตาเป้าหมายอย่างแม่นยำโดยแทบไม่มีความคลาดเคลื่อนเช่นนี้
แล้วเราทำอย่างไรจึงได้รับผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมเช่นนี้?
คำตอบคือไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เครื่องมือเลเซอร์เพียงอย่างเดียวครับ/ค่ะ
① การตรวจวินิจฉัยก่อนผ่าตัดอย่างแม่นยำ
② การวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะสมกับสภาพดวงตา
③ กระบวนการผ่าตัดที่มีความละเอียดประณีต
④ การดูแลตนเองอย่างต่อเนื่องหลังการผ่าตัด
ทั้ง 4 ปัจจัยนี้ล้วนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
1. สิ่งแรกที่จำเป็นที่สุดคือ ‘การตรวจสุขภาพตาก่อนผ่าตัดอย่างแม่นยำ’

การทำ SMILE Lasik ไม่ได้ใช้วิธีการผ่าตัดแบบเดียวกันกับทุกคน
ก่อนการผ่าตัด จำเป็นต้องตรวจเช็กสภาพดวงตาของคนไข้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
เพื่อประเมินว่าดวงตาสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้หรือไม่ และการแก้ไขด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะสมที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความหนาและรูปทรงของกระจกตา ค่าสายตาสั้น·สายตาเอียง ค่าสายตาที่แก้ไขได้ และสภาพดวงตาโดยรวม
จะต้องได้รับการตรวจวิเคราะห์อย่างครอบคลุม
เนื่องจากเงื่อนไขของดวงตาแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน
การวางแผนการผ่าตัดโดยดูเพียงแค่ค่าสายตาของแว่นที่ใส่อยู่ในปัจจุบันจึงไม่เพียงพอครับ/ค่ะ
2. เหตุผลที่ ‘การตรวจวัดระดับสายตา’ อย่างแม่นยำมีความสำคัญ


ในบรรดาการตรวจก่อนผ่าตัดทั้งหมด สิ่งที่คนไข้มักจะมองข้ามไปก็คือการตรวจวัดระดับสายตานี่เองครับ/ค่ะ
แต่การตรวจวัดสายตาก่อนผ่าตัดนั้น
ไม่เพียงแต่วัดระดับสายตาสั้นและสายตาเอียงที่มีอยู่เท่านั้น
แต่ยังเป็นขั้นตอนสำคัญในการยืนยันว่า ‘ระดับการมองเห็นสูงสุดที่สามารถแก้ไขได้ (Best-Corrected Visual Acuity)’ ในปัจจุบันอยู่ที่เท่าใด
ตัวอย่างเช่น หากก่อนผ่าตัด แม้จะใส่แว่นตาหรือคอนแทกต์เลนส์แก้ไขแล้ว
ก็ยังมองเห็นได้สูงสุดเพียงระดับ 0.8
แม้ว่าจะเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของการหักเหแสงแล้วก็ตาม
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถมองเห็นได้ถึงระดับ 1.5 เสมอไป
ดังนั้น ก่อนทำ SMILE Lasik
จึงไม่ใช่แค่การตรวจดูว่า “สายตาสั้นเท่าไหร่?” เท่านั้น
แต่จำเป็นต้องตรวจสอบร่วมด้วยว่า “เมื่อดวงตานี้ได้รับการแก้ไขอย่างเต็มที่แล้ว จะสามารถมองเห็นได้ชัดสูงสุดถึงระดับใด?”
จากข้อมูลก่อนผ่าตัดเหล่านี้
จึงจะสามารถนำไปวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะสมกับสภาพดวงตาของคนไข้แต่ละรายได้อย่างแท้จริง
3. ความแม่นยำของเครื่องมือผ่าตัดก็มีความสำคัญเช่นกัน
เช่นเดียวกับการตรวจที่แม่นยำ ในระหว่างขั้นตอนการผ่าตัดจริง
การที่เลเซอร์สามารถยิงลงสู่ตำแหน่งที่วางแผนไว้ได้อย่างแม่นยำก็สำคัญไม่แพ้กัน
ATOS SMILE (Smart Lasik) ที่ให้บริการ ณ คลินิกของเรา
ใช้ระบบติดตามการเคลื่อนไหวของลูกตา (Eye-tracking system) แบบเรียลไทม์
ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัดได้อย่างดีเยี่ยม
โดยเฉพาะในกรณีที่มีสายตาเอียง
ไม่ได้จำเป็นแค่การแก้ไขค่าสายตาให้ตรงเท่านั้น
แต่ยังต้องแก้ไขอย่างละเอียดอ่อนโดยคำนึงถึงแกนและทิศทางของสายตาเอียงด้วย
ฟังก์ชันการติดตามดวงตาและการชดเชยการหมุนของลูกตา (Cyclotorsion compensation) ของเครื่อง ATOS
จะถูกนำมาใช้เพื่อปรับชดเชยตำแหน่งการยิงเลเซอร์
โดยคำนวณจากตำแหน่งและการหมุนของดวงตาระหว่างการผ่าตัด
กล่าวคือ
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “เจียรเนื้อกระจกตาออกมากแค่ไหน”
แต่อยู่ที่ “แก้ไขอย่างแม่นยำตามที่ดวงตาเราต้องการหรือไม่” ต่างหากครับ/ค่ะ
4. การดูแลหลังผ่าตัดก็ส่งผลต่อค่าสายตาที่แก้ไขได้เช่นกัน


เมื่อการผ่าตัดสิ้นสุดลง ไม่ได้แปลว่าทุกขั้นตอนจะจบลงแค่นั้นครับ/ค่ะ
ในช่วงแรกหลังการผ่าตัด กระจกตาจำเป็นต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู
การดูแลรักษาตนเองอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
โดยเฉพาะหลังการผ่าตัด ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้ให้ดีครับ/ค่ะ:
✔ หยอดตาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและถูกวิธี
✔ ห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด
✔ หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนหรือระคายเคืองดวงตาอย่างรุนแรง
✔ เข้ารับการตรวจติดตามอาการตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
✔ หากมีอาการตาแห้ง ให้ดูแลอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำ
✔ ปฏิบัติตามข้อควรระวังที่ทีมแพทย์และพยาบาลแจ้งอย่างเคร่งครัด
เนื่องจากหลังผ่าตัด อาจมีอาการมองเห็นไม่ชัดชั่วคราว
ตาแห้ง หรือมีแสงกระจายได้
การสังเกตและติดตามสภาพดวงตาอย่างต่อเนื่องในระหว่างการพักฟื้นจึงมีความสำคัญมากเช่นกัน
SMILE Lasik สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า ‘ตัวเลขสายตาที่สูง’ คืออะไร?


ในระหว่างการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ SMILE Lasik
มีบางท่านที่บอกว่า
“อยากให้ได้สายตา 1.5 ให้ได้เลยครับ/ค่ะ”
แน่นอนว่าความคาดหวังที่จะได้สายตาที่ดีหลังการผ่าตัดเป็นเรื่องปกติและเป็นธรรมชาติของทุกคนครับ/ค่ะ
แต่สำหรับการผ่าตัดแก้ไขสายตาแล้ว สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการทำให้ตัวเลขบนชาร์ตวัดสายตาสูงขึ้นเพียงอย่างเดียว
คือการเข้าใจสภาพดวงตาของตนเองอย่างถูกต้อง
และแก้ไขในปริมาณที่จำเป็นอย่างปลอดภัย
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องตรวจประเมินค่าสายตาสูงสุดที่แก้ไขได้ก่อนผ่าตัด สภาพการหักเหแสง
รูปทรงและความหนาของกระจกตา ตลอดจนสุขภาพตาโดยรวมอย่างครบถ้วน
แล้วจึงวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล
คลินิกจักษุสถานีคังนัม SMILE Lasik ต้องเริ่มอย่างพิถีพิถันตั้งแต่ ‘การตรวจ’

ที่ Gangnam Smile Eye Clinic ก่อนการทำ SMILE Lasik
เราจะตรวจเช็กสภาพดวงตาของคนไข้ด้วยเครื่องมือตรวจละเอียดหลากหลายรูปแบบ
และนำผลการตรวจมาใช้ในการให้คำปรึกษาแบบ 1:1 รวมถึงการวางแผนการผ่าตัดเฉพาะบุคคล
นอกจากนี้ ด้วยการผ่าตัด New SMILE Lasik (Smart Lasik)
เราจึงมุ่งหวังที่จะมอบการแก้ไขสายตาที่มีความละเอียดแม่นยำสูง เหมาะกับสภาพตาและความผิดปกติของการหักเหแสงของคนไข้แต่ละราย
แทนที่จะให้สัญญาถึงค่าสายตาที่สูงเกินจริงเพียงอย่างเดียว
แต่การตรวจสอบให้แน่ชัดว่า ปัจจุบันดวงตาของท่านสามารถมองเห็นได้ถึงระดับใด
วิธีผ่าตัดแบบไหนที่เหมาะสมที่สุด
และสามารถคาดหวังผลลัพธ์หลังผ่าตัดได้ระดับใด
ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการผ่าตัดแก้ไขสายตาครับ/ค่ะ
หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ SMILE Lasik ดังต่อไปนี้?


✔ หลังทำ SMILE Lasik ค่าสายตาจะออกมาได้ประมาณเท่าไหร่
✔ ค่าสายตาเป้าหมายของฉันถูกกำหนดอย่างไร
✔ สายตาสั้นหรือสายตาเอียงมาก สามารถทำผ่าตัดได้หรือไม่
✔ SMILE Lasik กับ Smart Lasik แตกต่างกันอย่างไร
✔ ก่อนผ่าตัดต้องตรวจอะไรบ้าง
✔ การฟื้นฟูสายตาหลังการผ่าตัดเป็นอย่างไร
คำตอบอาจแตกต่างกันไปตามสภาพดวงตาของแต่ละท่านครับ/ค่ะ
ที่ Gangnam Smile Eye Clinic เราพร้อมแนะนำวิธีการแก้ไขสายตาที่เหมาะสมกับดวงตาของท่านโดยอิงจากผลการตรวจอย่างละเอียด
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ SMILE Lasik หรือการผ่าตัดแก้ไขสายตา
สามารถติดต่อสอบถามได้ตลอดเวลาอย่างสบายใจเลยนะครับ/ค่ะ 😊💙
※ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไปเท่านั้น
ความเป็นไปได้ในการผ่าตัดจริงและวิธีการรักษาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปตามสภาพดวงตาของแต่ละบุคคล
💙 ผ่าตัด SMILE มั่นใจต้อง Gangnam Smile Eye Clinic 💙
💙🤍 𝖦𝖠𝖭𝖦𝖭𝖠𝖬 𝖲𝖬𝖨𝖫𝖤 𝖤𝖸𝖤 𝖢𝖫𝖨𝖭𝖨𝖢💙🤍
𝗧𝗛𝗘 𝗟𝗜𝗚𝗛𝗧 𝗔𝗡𝗗 𝗧𝗛𝗘 𝗢𝗖𝗘𝗔𝗡 𝗜𝗡 𝗬𝗢𝗨𝗥 𝗦𝗠𝗜𝗟𝗘














คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หลังผ่าตัด SMILE Lasik ค่าสายตาเป้าหมายต้องเป็น 1.5 เสมอไปหรือไม่?
ไม่จำเป็นครับ/ค่ะ เป้าหมายของการผ่าตัดไม่ใช่การทำให้ได้สายตา 1.5 เสมอไป การผ่าตัดแก้ไขสายตามีเป้าหมายเพื่อแก้ไขสายตาสั้นหรือสายตาเอียงเพื่อให้ดวงตากลับมาสู่ภาวะสายตาปกติหรือใกล้เคียงที่สุด โดยจะประเมินจากสภาพกระจกตา ค่าสายตา และความสามารถในการมองเห็นสูงสุดที่แก้ไขได้ก่อนผ่าตัด เพื่อตั้งค่าสายตาเป้าหมายที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดครับ/ค่ะ
แม้จะมีสายตาสั้นเท่ากัน แต่หลังผ่าตัดอาจได้ค่าสายตาไม่เท่ากันจริงหรือ?
จริงครับ/ค่ะ เนื่องจากดวงตามีเงื่อนไขเฉพาะบุคคลที่แตกต่างกัน แม้จะมีค่าสายตาสั้นเท่ากัน แต่รูปทรงกระจกตา ระดับสายตาเอียง ขนาดรูม่านตา สภาพจอประสาทตาและเส้นประสาทตา รวมถึงค่าสายตาสูงสุดที่แว่นตาสามารถแก้ไขได้ก่อนผ่าตัด ล้วนส่งผลให้ระดับการมองเห็นที่ฟื้นฟูได้หลังผ่าตัดแตกต่างกันออกไปครับ/ค่ะ
หากก่อนผ่าตัดใส่แว่นแล้วมองเห็นได้สูงสุดเพียง 0.8 จะมองเห็นถึง 1.5 ได้หรือไม่?
มีโอกาสน้อยมากครับ/ค่ะ หากก่อนผ่าตัดดวงตาได้รับการแก้ไขด้วยแว่นตาหรือคอนแทกต์เลนส์อย่างเต็มที่แล้วยังมองเห็นได้สูงสุดที่ระดับ 0.8 แม้จะผ่าตัดแก้ไขภาวะการหักเหแสงแล้ว ก็มักจะไม่สามารถมองเห็นได้ชัดขึ้นไปถึงระดับ 1.5 ได้ทันที จึงต้องตรวจวัดระดับการมองเห็นสูงสุดก่อนผ่าตัดเพื่อทราบขีดจำกัดของดวงตาก่อนเสมอครับ/ค่ะ
ทำไมระบบติดตามการเคลื่อนไหวของลูกตา (Eye-tracking) จึงสำคัญใน SMILE Lasik?
เพราะช่วยลดความคลาดเคลื่อนและช่วยแก้ไขสายตาเอียงได้อย่างแม่นยำครับ/ค่ะ ระบบติดตามและชดเชยการหมุนของดวงตาจะช่วยปรับตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงจุดตามเวลาจริง แม้ดวงตาจะมีการขยับหรือหมุนตัวเล็กน้อยในระหว่างผ่าตัด ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการรักษาแนวแกนและทิศทางของสายตาเอียงให้ตรงจุดครับ/ค่ะ
ควรดูแลตนเองอย่างไรเพื่อให้ค่าสายตาคงที่และได้ผลดีหลังทำ SMILE Lasik?
ควรหยอดตาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอและห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาดครับ/ค่ะ เพื่อให้กระจกตาฟื้นตัวได้อย่างราบรื่น ควรหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือน ดูแลรักษาภาวะตาแห้งตามคำแนะนำ ไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดครับ/ค่ะ