2026-05-25
ดูดไขมันใบหน้า ควรพิจารณาอะไรบ้าง?
เรียนรู้เกี่ยวกับการดูดไขมันใบหน้าเพื่อแก้ปัญหาคางสองชั้น แก้มย้อย และไขมันกระพุ้งแก้ม พร้อมเทคนิคการใช้คลื่นอัลตราซาวด์เพื่อผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและฟื้นตัวไว

สวัสดีครับ
Vibe Plastic Surgery ครับ
ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
มักจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น
งานรับปริญญา งานปฐมนิเทศ และวันวาเลนไทน์
ทำให้หลายคนเริ่มดูแลตัวเองล่วงหน้าครับ

ซึ่งในตอนนั้น ไขมันบนใบหน้า เช่น คางสองชั้น หรือไขมันแก้ม
ที่ทำให้ดูมีอายุ มักจะเป็นส่วนที่
ลดได้ยากแม้จะพยายามไดเอทแล้วก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงพิจารณาการผ่าตัดดูดไขมันใบหน้าครับ
แต่เช่นเดียวกับการศัลยกรรมอื่นๆ การดูดไขมันใบหน้า
ไม่เพียงแต่ต้องใช้การวางยาสลบ แต่ยังมีความเสี่ยง
เรื่องการเสียเลือดและอื่นๆ จึงต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบครับ

หลายท่านต้องการรูปหน้าเรียวสวย
แบบ V-line เพื่อให้ดูผอมเพรียว
ในความเป็นจริง มีหลายกรณีที่ร่างกายผอม
แต่กลับมีไขมันสะสมเฉพาะที่ใบหน้า
หรือบางคนไดเอทอย่างหนักจนไขมันส่วนอื่นลดลงแล้ว
แต่ไขมันที่ใบหน้ากลับไม่ยอมลดลงเลย
ในกรณีเช่นนี้ การมาปรึกษาเพื่อดูดไขมันใบหน้า
จึงเป็นทางเลือกที่เราแนะนำครับ

มีบริเวณที่ไขมันมักจะสะสมอยู่มาก
และเป็นจุดที่หลายคนกังวลเป็นพิเศษ
ดังนี้ครับ:
01. คางสองชั้น (Double Chin)
ไขมันบริเวณคางสองชั้น
มักจะเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดครับ

ในกรณีนี้
เราจะเข้าถึงผ่านบริเวณใต้คางและหลังใบหู
ซึ่งเป็นจุดที่มองไม่เห็น เพื่อทำการดูดไขมัน
บริเวณคางสองชั้นออกครับ
02. กรอบหน้า (Jawline)
สำหรับผู้ที่มีไขมันบริเวณกรอบหน้ามาก
จะทำให้คางดูหย่อนคล้อยและดูหน้าบึ้งตึง
ให้ความรู้สึกที่ดูหนักและไม่สดใสครับ

กรณีนี้เช่นกัน
เราจะเข้าถึงผ่านมุมปากหรือหลังใบหู
เพื่อทำการดูดไขมันครับ
นอกจากนี้ ยังมีอีกบริเวณหนึ่ง
ที่หลายคนมักจะสับสน
นั่นคือบริเวณที่เรียกว่า ‘ไขมันกระพุ้งแก้ม’ (Buccal Fat) ครับ

03. ไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat)
ไขมันกระพุ้งแก้ม
ตามชื่อเลยครับ คือไขมันที่อยู่ลึกในชั้นแก้ม
ไม่ได้หมายถึงไขมันบริเวณกรอบหน้าหรือคางสองชั้น
แต่หมายถึงไขมันส่วนที่นูนออกมา
เวลาที่เรายิ้มครับ

ในกรณีนี้
เนื่องจากไขมันอยู่ลึกในชั้นแก้ม
การเข้าถึงผ่านเยื่อบุภายในช่องปาก
จะทำได้รวดเร็วและปลอดภัยกว่า
การเข้าถึงจากผิวหนังด้านนอกครับ

อย่างไรก็ตาม การดูดไขมันใบหน้าเพียงอย่างเดียว
อาจไม่ได้รับผลลัพธ์ที่เพียงพอในบางกรณี
เช่น ผู้ที่มีผิวบางและมีความหย่อนคล้อยอยู่แล้ว
หากดูดไขมันออกเพียงอย่างเดียว
ผิวจะดูเหี่ยวย่นเหมือนลูกโป่งที่ปล่อยลมออก
ทำให้ผิวดูบางลงและเห็นความหย่อนคล้อยชัดเจนยิ่งขึ้น
สำหรับท่านที่มีปัญหานี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เกี่ยวกับเรื่องความหย่อนคล้อยของผิวอย่างละเอียด
ก่อนตัดสินใจทำครับ

สำหรับคางสองชั้น
เราสามารถประเมินปริมาณไขมันได้
โดยการวัดความหนาของผิวหนังเมื่อก้มคางลงให้มากที่สุด
ส่วนไขมันกระพุ้งแก้ม
เนื่องจากต้องทราบตำแหน่งที่แม่นยำ
ที่ Vibe Plastic Surgery เราจึงได้ทำการศึกษา
ทางกายวิภาคและสร้างไกด์ไลน์เฉพาะตัว
เพื่อใช้ในการให้คำปรึกษาก่อนการผ่าตัดครับ

เมื่อใช้ไกด์ไลน์นี้
เทียบกับตำแหน่งโหนกแก้ม ปาก กล้ามเนื้อกราม และกรอบหน้า
แล้วลองยิ้มดู จะเห็นไขมันที่นูนออกมา
นั่นคือตำแหน่งที่ไขมันกระพุ้งแก้มอยู่นั่นเองครับ

ที่ Vibe Plastic Surgery
เราไม่ได้ใช้เพียงแรงกลในการดูดไขมันใบหน้าเท่านั้น
แต่เราใช้อุปกรณ์อัลตราซาวด์
เพื่อสลายไขมันก่อนทำการดูดออกครับ
[ทำไมต้องใช้อัลตราซาวด์
เมื่อดูดไขมันใบหน้า]

01. เพื่อย่อยสลายไขมันให้เป็นโมเลกุลเล็ก
เมื่อใช้พลังงานอัลตราซาวด์สั่นสะเทือนเนื้อเยื่อไขมัน
หลายร้อยถึงหลายหมื่นครั้งต่อวินาที
ไขมันจะเปลี่ยนสภาพเป็นของเหลวที่นุ่มเหมือนน้ำผลไม้
ทำให้สามารถสกัดไขมันออกมาได้โดยใช้ท่อขนาดเล็ก (Cannula)
ซึ่งช่วยให้ดูดไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยมีอาการบวมและรอยช้ำน้อยลงครับ

02. ได้ทั้งการสลายไขมันและยกกระชับผิว
อุปกรณ์อย่าง Ulthera หรือ Shurink
ล้วนใช้พลังงานอัลตราซาวด์ทั้งสิ้น
หากเครื่อง HIFU เหล่านี้ส่งพลังงานจากด้านบนผิว
การดูดไขมันจะส่งพลังงานอัลตราซาวด์จากใต้ชั้นผิวหนังแท้
ซึ่งช่วยให้คาดหวังผลลัพธ์
ในการยกกระชับผิวไปพร้อมกันได้ครับ
แทนที่จะคาดหวังว่าการดูดไขมันใบหน้า
จะทำให้หน้าเล็กลงมากหรือเหมือนการลดน้ำหนักครั้งใหญ่
ผมอยากให้มองว่าเป็นการดูดไขมันส่วนที่หย่อนคล้อย
หรือสะสมเป็นก้อนออก เพื่อจัดระเบียบ
ให้กรอบหน้าดูสะอาดตาและเรียบเนียนขึ้นครับ

[คำมั่นสัญญาจาก Vibe Plastic Surgery]
- ดูแลแบบ 1:1 โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
ตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรกจนถึงการดูแลหลังผ่าตัด!
- ระบบป้องกันการติดเชื้อที่เข้มงวด
เช่น การติดตั้ง CCTV ในห้องผ่าตัด และระบบ Air Shower!
- ให้บริการห้องส่วนตัว 1 ท่าน
ทั้งห้องปรึกษา ห้องผ่าตัด และห้องพักฟื้น!




