Rebeauty

2026-05-25

5. การผ่าตัดปรับรูปตา (การผ่าตัดแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง)

เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการผ่าตัดปรับรูปตา (Ptosis Correction) ทั้งแบบไม่กรีดและแบบกรีด เพื่อแก้ไขดวงตาที่ดูง่วงนอนให้สดใสและชัดเจนขึ้น

5. การผ่าตัดปรับรูปตา (การผ่าตัดแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง)

สวัสดีครับ

ผมหมอยูยองมุน ศัลยแพทย์ตกแต่งครับ

​ถึงเวลามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการแก้ไข #ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง กันแล้วครับ

ซึ่งมักจะเรียกกันทั่วไปว่า #การผ่าตัดปรับรูปตา ครับ

ที่เรียกว่าการปรับรูปตา เพราะเป็นการเปลี่ยนดวงตาที่ดูไม่ชัดเจน ดูง่วงนอน และดูเหนื่อยล้า

ให้กลายเป็นดวงตาที่ดูสดใส ชัดเจน และดูสว่างขึ้นครับ

โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามวิธีการเข้าถึงและกล้ามเนื้อที่ต้องการแก้ไขในขณะผ่าตัด

คือ #การปรับรูปตาแบบไม่กรีด และ #การปรับรูปตาแบบกรีด ครับ

เพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้ จำเป็นต้องมีความรู้ทางกายวิภาคที่ถูกต้องครับ

ที่เปลือกตาบน (Upper Eyelid)

จะมีกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ในการลืมตาอยู่ 2 มัดครับ

1. Levator aponeurosis (กล้ามเนื้อยกเปลือกตาบน)

2. Muller muscle (กล้ามเนื้อขอบตาบน หรือ กล้ามเนื้อเมิลเลอร์)

กล้ามเนื้อทั้งสองมีจุดร่วมกันคือช่วยในการลืมตา

แต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อยครับ

กล้ามเนื้อยกเปลือกตาบน (Levator) ทำหน้าที่หลักในการลืมตาประมาณ 80% (Major)

ส่วนกล้ามเนื้อเมิลเลอร์ (Muller) ทำหน้าที่เสริมในการลืมตาประมาณ 20% (Minor)

นอกจากนี้ หากกล้ามเนื้อยกเปลือกตาบนมีบทบาทสำคัญในขั้นตอนแรกของการลืมตา

กล้ามเนื้อเมิลเลอร์จะทำหน้าที่ในขั้นตอนสุดท้ายของการลืมตา ไปจนถึงการคงสภาพการลืมตาเอาไว้ครับ

เห็นความแตกต่างเล็กน้อยนี้ไหมครับ?

1. การปรับรูปตาแบบไม่กรีด

การปรับรูปตาแบบไม่กรีดจะทำการพลิกเปลือกตาบนขึ้น

และดำเนินการผ่าตัดผ่านทางเยื่อบุตา

ดังนั้นจึงเป็นการผ่าตัดที่เน้นแก้ไข ‘กล้ามเนื้อเมิลเลอร์’ เป็นหลักครับ

ด้วยเหตุนี้ ระดับของการปรับรูปตาจึงมีจำกัด (ประมาณ 1-2 มม.)

ตามแผนภาพด้านบน

เป็นการผ่าตัดโดยการเย็บพับกล้ามเนื้อเมิลเลอร์ผ่านทางเยื่อบุตาเหมือนการพับม่านบังตาครับ

เป็นแบบนี้ครับ

เมื่อทำแบบนี้ เวลาลืมตา

ดวงตาก็จะเปิดกว้างขึ้นตามกล้ามเนื้อที่ถูกเย็บพับไว้ใช่ไหมครับ?

Q. ข้อดีของการผ่าตัดปรับรูปตาแบบไม่กรีด?

เนื่องจากไม่มีการกรีด จึงไม่มีแผลเป็น

ฟื้นตัวเร็วและบวมน้อยใช่ไหมครับ?

เป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างเรียบง่าย จึงมีภาระน้อยหากต้องมีการผ่าตัดแก้ไขซ้ำ

(แต่การไม่ผ่าตัดแก้ไขซ้ำเลยจะดีที่สุดครับ ^^;)

Q. ข้อเสีย?

เนื่องจากระดับที่สามารถแก้ไขได้มีน้อย

จึงยากที่จะนำมาใช้ในกรณีที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงรุนแรงใช่ไหมครับ?

ในกรณีที่ขยี้ตาแรงๆ มีโอกาสสูงที่รอยเย็บจะคลายตัวหรือหลุดได้

และทันทีหลังผ่าตัด อาจรู้สึกระคายเคืองเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมเนื่องจากเยื่อบุตาที่ถูกเย็บพับไว้ครับ

Q. เคสที่เหมาะกับการผ่าตัดปรับรูปตาแบบไม่กรีด??

จากคำอธิบายข้างต้น กรณีใดบ้างที่

ควรรับการปรับรูปตาแบบไม่กรีด?

น่าจะเป็นกรณีที่ผิวเปลือกตาบาง, ไขมันน้อย,

ผิวหนังไม่หย่อนคล้อยมาก

และภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไม่รุนแรงครับ

2. การปรับรูปตาแบบกรีด

เนื่องจากการผ่าตัดปรับรูปตาแบบกรีดเป็นการเปิดผิวหนังเข้าไปโดยตรง

จึงต้องพบกับ ‘กล้ามเนื้อยกเปลือกตาบน’ (Levator) เป็นอันดับแรกใช่ไหมครับ?

นี่คือวิธีการผ่าตัดโดยการกรีดผิวหนังเข้าไป

และจัดการกับกล้ามเนื้อยกเปลือกตาบนโดยตรงครับ

ดังนั้น

ในกรณีที่มีผิวหนังหย่อนคล้อย,

กรณีที่ผิวหนังหนา,

กรณีที่มีไขมันมาก

หรือกรณีที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงรุนแรง

....

...

..

ก็จะเป็นเคสที่เหมาะสมใช่ไหมครับ?


วันนี้เราได้ดูเรื่องการผ่าตัดปรับรูปตากันไปแล้วครับ ^^

เป็นประโยชน์บ้างไหมครับ?

ข้อสงสัยต่างๆ ได้รับการแก้ไขไปบ้างหรือเปล่า?

ในครั้งหน้า เราจะมาดูเรื่องการผ่าตัดเปิดหัวตา/หางตา (Canthoplasty) กันครับ

เพราะไม่เพียงแต่การทำตาสองชั้นเท่านั้น แต่การเปิดหัวตา/ท้ายตา/หางตาด้านล่าง

ก็เป็นการผ่าตัดที่สำคัญในการช่วยเสริมจุดด้อยของดวงตา

และช่วยสร้างความประทับใจที่ดูสดชื่นและสว่างไสวมากขึ้นครับ!

Vibe Plastic Surgery ชั้น 8 Urban Hive, 476 Gangnam-daero, Gangnam-gu, Seoul
Like