2025-12-01
#23 Ultherapy vs Oligio – 'อุปกรณ์ยกกระชับ ยิ่งรู้มาก ยิ่งแตกต่าง'
Ultherapy และ Oligio เป็นอุปกรณ์ยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดที่ได้รับความนิยม แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและไขมัน การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้จะเปรียบเทียบความแตกต่าง การใช้งานร่วมกัน และกรณีศึกษาจริง พร้อมหลักฐานทางการแพทย์

Ultherapy และ Oligio เป็นอุปกรณ์ยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดที่เป็นตัวแทน โดยเป็นการรักษาแบบกระชับที่ส่งพลังงานไปยังโครงสร้างที่มีความลึกต่างกัน (SMAS, ชั้นหนังแท้, ผิวชั้นนอก) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น อย่างไรก็ตาม ในทางคลินิกจริง ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันอย่างมากขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของอุปกรณ์ ความหนาของผิว การกระจายตัวของไขมัน และสภาพความยืดหยุ่น ดังนั้นการประเมินที่แม่นยำจึงเป็นสิ่งจำเป็น คุณหมอคิม ซอง-ฮุน จาก SH Plastic Surgery Clinic ทำการผ่าตัดและการรักษาแบบไม่ผ่าตัดควบคู่กันทุกวัน และเสนอแผนการยกกระชับที่เหมาะสมที่สุดโดยอิงจากสภาพทางกายวิภาคของแต่ละบุคคล ในบทความนี้ เราได้รวบรวมความแตกต่างและข้อบ่งชี้ของ Ultherapy และ Oligio, การทำงานร่วมกัน, กรณีศึกษาจริง และหลักฐานทางการแพทย์จากงานวิจัยล่าสุด โปรดใช้เป็นแนวทางในการเลือกอุปกรณ์ยกกระชับเพื่อหลีกเลี่ยงความล้มเหลว คุณหมอคิม ซอง-ฮุน, SH Plastic Surgery Clinic ผู้ออกแบบใบหน้า
‘คุณหมอคะ… หนูทำ Ultherapy และ Oligio มาแล้ว แต่ทำไมมีแต่หนูที่ไม่ได้ผลคะ…?’
แม้ว่าใบหน้าจะไม่ได้หย่อนคล้อยมากนัก
แต่ริ้วรอยรอบดวงตาดูจะลึกขึ้นกว่าเดิม
และบริเวณร่องแก้มดูหย่อนคล้อยไม่ชัดเจน
ท่านนี้ได้ทำ Ultherapy 300 ช็อต และ Oligio 600 ช็อต
ที่คลินิกต่างกันภายใน 6 เดือน
แต่ก็ยังรู้สึกว่า ‘ไม่มีความรู้สึกว่ายกกระชับขึ้นอย่างชัดเจน’
จากการตรวจวินิจฉัยพบว่า
ผิวค่อนข้างหนา (dermal thickness↑)
บริเวณใต้โหนกแก้มมีไขมันใต้ผิวหนังมากและหนัก
การหย่อนคล้อยจริงไม่มาก แต่เน้นที่ริ้วรอยและความยืดหยุ่นลดลง
กล่าวคือ เป็นกรณีที่ข้อบ่งชี้ของอุปกรณ์ไม่ตรงกับสภาพผิวของคนไข้
หลังจากนั้น ที่ SH Plastic Surgery Clinic
ใน 3 เดือนต่อมา กรอบหน้าก็กระชับขึ้นและริ้วรอยก็เรียบเนียนขึ้น
การเลือกอุปกรณ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ‘การทำเยอะ’
การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับใบหน้าของคุณอย่างแม่นยำ
นี่คือจุดที่กำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการยกกระชับ
Oligio
1. Oligio – การกระชับด้วยคลื่นวิทยุที่ปลุกความยืดหยุ่นของผิวชั้นนอก
ทำงานอย่างไร?
Oligio ใช้ Monopolar RF (คลื่นวิทยุ)
ส่งความร้อนอย่างสม่ำเสมอไปยังผิวชั้นนอกถึงชั้นหนังแท้
เป็นอุปกรณ์ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

การปรับโครงสร้างคอลลาเจน ↑
ปรับปรุงริ้วรอย
กระชับรูขุมขน
ปรับสภาพผิว

นอกจากนี้ ยังมีระบบทำความเย็นที่ทำงานร่วมกันเพื่อลดความเจ็บปวด
Oligio_ใครที่ได้ผลดีที่สุด?
‘เมื่อผิวบาง แต่เริ่มมีริ้วรอยและความยืดหยุ่นลดลง’
อายุ 20 ปลายๆ ~ 40 ต้นๆ
กังวลเรื่องริ้วรอย, ความยืดหยุ่นลดลง, รูขุมขน และสภาพผิว
ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีใบหน้าหนักหรือหย่อนคล้อยมาก
กรณีที่ได้ผลน้อย
ผู้ที่มีผิวหนามากและมีไขมันบนใบหน้ามาก
ผู้สูงอายุที่มีการสูญเสียความยืดหยุ่นอย่างรุนแรงแล้ว
ผู้ที่มีแก้มห้อยหรือแนวขากรรไกรหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน
Ultherapy
2. Ultherapy – การยกกระชับด้วยอัลตราซาวนด์ที่กระชับ SMAS โดยตรง
หัวใจสำคัญของ Ultherapy คือ ‘ความลึก’
โดยใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงแบบโฟกัส (HIFU)
สร้างจุดความร้อนที่ความลึก 1.5 / 3.0 / 4.5 มม. อย่างแม่นยำ
โดยเฉพาะ 4.5 มม. คือชั้น SMAS
เป็นชั้นเดียวกับที่ดึงขึ้นในการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า
ยกกระชับแนวขากรรไกร
ปรับปรุงแก้มห้อยและใต้โหนกแก้มที่หย่อนคล้อย
เสริมสร้างความยืดหยุ่นของผิว
แผนภาพแสดงชั้นกายวิภาคที่ Ultherapy ทำงาน (HIFU Depth Diagram)



NON-INVASIVE (การรักษาแบบไม่รุกราน)
— การรักษาที่ช่วยยกกระชับ, เพิ่มความยืดหยุ่น, ลดริ้วรอย โดยไม่ต้องผ่าตัดผิวหนัง
(เช่น สกินแคร์, ฟิลเลอร์, IPL, เลเซอร์, RF, Ultherapy)
POST SURGERY (การรักษาเสริมและบำรุงหลังการผ่าตัด)
— การรักษาที่ช่วยคงผลลัพธ์การยกกระชับหลังการผ่าตัด เช่น Ultherapy
Ultherapy เหมาะกับใคร?
‘ผู้ที่มีใบหน้าค่อนข้างหนักและเริ่มมีอาการหย่อนคล้อยในช่วงอายุ 30-50 ปี’
แนวขากรรไกรดูไม่ชัดเจน
ใต้โหนกแก้มยุบและหย่อนคล้อย
ผิวค่อนข้างหนา
กรณีที่ได้ผลน้อย
ผู้ที่มีใบหน้าบางและผอมมาก → เสี่ยงต่อการแก้ไขมากเกินไปด้วย Ultherapy
ผู้ที่อายุมากและมีปัญหาผิวเสื่อมสภาพมากแล้ว → Ultherapy เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
3. Oligio vs Ultherapy – ควรเลือกอะไรดี?
ประเภท | Oligio (คลื่นวิทยุ) | Ultherapy (HIFU) |
ความลึกของการทำงาน | เน้นที่ชั้นหนังแท้ | 1.5 มม. / 3 มม. / 4.5 มม. (SMAS) |
ผลลัพธ์ | ริ้วรอยเล็กๆ, ความยืดหยุ่น, สภาพผิว | ยกกระชับ, กระชับแนวขากรรไกร |
ความเจ็บปวด | ค่อนข้างน้อย | ปานกลาง~มาก |
ช่วงอายุที่เหมาะสม | 20~40 ปี | 30~50 ปี |
ข้อบ่งชี้ | ผิวบาง, ริ้วรอยเล็กๆ | ใบหน้าหนัก, แนวขากรรไกรหย่อนคล้อย |
ข้อจำกัด | ปรับปรุงการหย่อนคล้อยได้น้อย | อันตรายสำหรับผิวบาง |
ข้อคิดเห็นของคุณหมอคิม ซอง-ฮุน
ผมใช้อุปกรณ์เป็น ‘เครื่องมือในการรักษา’ โดยอิงจากกายวิภาค
ไม่ใช่ ‘การรักษาเพื่อการตลาด’
วัดความหนาของผิวด้วยอัลตราซาวนด์ → กำหนดอุปกรณ์/จำนวนช็อต
ใบหน้าหนา → เน้น Ultherapy
ใบหน้าบางและมีริ้วรอยมาก → เน้น Oligio
วัยกลางคน → Ultherapy + Oligio + Skin Booster
ผู้ที่มีปัญหาผิวเสื่อมสภาพมาก → แนะนำการผ่าตัดยกกระชับก่อนอุปกรณ์
‘ไม่มีอุปกรณ์เดียวที่เหมาะกับทุกใบหน้า อุปกรณ์เป็นเพียงเครื่องมือ การตัดสินใจทางกายวิภาคคือสิ่งสำคัญอันดับแรก’
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ควรทำ Ultherapy หรือ Oligio เพียงอย่างเดียว?
เนื่องจากมีความลึกต่างกัน การทำควบคู่กันจะช่วยเสริมฤทธิ์กันได้มาก
Q2. Ultherapy เจ็บจริงหรือเปล่า?
ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่เนื่องจากพลังงานอัลตราซาวนด์ลงลึก จึงอาจรู้สึกเจ็บได้ ที่ SH มีโปรโตคอลการจัดการความเจ็บปวด
Q3. Oligio ต้องทำกี่ครั้ง?
ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โดยทั่วไปแล้วทุก 6-12 เดือนจะเหมาะสม
Q4. Ultherapy ทำปีละกี่ครั้ง?
โดยปกติแล้ว การรักษา 1 ครั้งจะให้ผลลัพธ์นาน 9-12 เดือน
Q5. ถ้าหย่อนคล้อยมาก การผ่าตัดดีกว่าอุปกรณ์ไหม?
ใช่ หาก SMAS หย่อนคล้อยมาก การผ่าตัดยกกระชับใบหน้าหรือการยกกระชับด้วยกล้องส่องกล้องจะมีประสิทธิภาพมากกว่าอุปกรณ์
(170) Oligio vs Ultherapy, อุปกรณ์ยกกระชับที่เหมาะกับฉันคืออะไร~? - YouTube