2026-05-25
ศัลยกรรมจมูกแบบไม่ใช้ซิลิโคน (แก้ฮัมพ์, จมูกยาว) + ศัลยกรรมจมูกเพื่อการทำงาน (Functional Rhinoplasty)
เคสศัลยกรรมจมูกชายในวัย 30 ปี แก้ไขปัญหาจมูกยาว ปลายงุ้ม และมีฮัมพ์ โดยไม่ใช้ซิลิโคน พร้อมแก้ไขผนังกั้นจมูกคดเพื่อการหายใจที่ดีขึ้น

* ข้อมูลเบื้องต้น
# ชายวัย 30 ปี
# ปลายจมูกยาวและดูหนา (Bulbous tip)
# สันจมูกไม่เรียบเนียนเนื่องจากมีฮัมพ์ (Hump)
* การปรึกษา
1. คนไข้มีความไม่พอใจมากที่สุดที่ปลายจมูกดูหนาและงุ้มตกลงมา ไม่เชิดสวยอย่างที่ต้องการ
2. ต้องการแก้ไขสันจมูกที่ดูขรุขระไม่เรียบเนียนเนื่องจากฮัมพ์
3. เนื่องจากสันจมูกเดิมมีความสูงพอสมควร จึงวางแผนผ่าตัดแบบไม่ใช้ซิลิโคน (No-implant)
4. ในส่วนของผนังกั้นจมูกคด ได้ตัดสินใจแก้ไขผ่านการศัลยกรรมจมูกเพื่อการทำงาน (Functional Rhinoplasty) เพื่อให้การหายใจดีขึ้น
* แผนการผ่าตัด
1. ศัลยกรรมสันจมูก
- แก้ไขฮัมพ์
- ตอกฐานจมูก (Osteotomy)
- ไม่ใช้ซิลิโคน
2. ศัลยกรรมปลายจมูก
- กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก: ยืดผนังกั้นจมูก (Septal Extension Graft)
- กระดูกอ่อนหลังหู: ปลูกถ่ายแบบซ้อนทับ (Layered Graft)
- แก้ไขจมูกชมพู่, จมูกยาว, และมุมระหว่างริมฝีปากกับจมูก (Nasolabial angle)
3. ศัลยกรรมจมูกเพื่อการทำงาน
- แก้ไขผนังกั้นจมูกคด (Septoplasty)
- ตัดลดขนาดเทอร์บิเนต (Turbinectomy)
- สร้างวาล์วจมูกภายในใหม่ (Internal Nasal Valve Reconstruction)






* ผลลัพธ์หลังการผ่าตัด
1. จากผลลัพธ์หลังผ่าตัด จะเห็นได้ว่าปลายจมูกดูโด่งสวยและเป็นธรรมชาติ
2. ในกรณีที่สันจมูกเดิมสูงเพียงพออยู่แล้ว สามารถสร้างไลน์จมูกที่ดูเป็นธรรมชาติได้โดยไม่ต้องใช้ซิลิโคน เนื่องจากการสร้างไลน์จมูกให้เรียบเนียนด้วยกระดูกอ่อนของตัวเองโดยไม่ใช้ซิลิโคนนั้นมีความยากสูง จึงขอแนะนำให้รับการผ่าตัดกับศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้น
3. หากมีอาการผนังกั้นจมูกคดอย่างรุนแรง สามารถแก้ไขปัญหาการหายใจลำบากได้ด้วยการศัลยกรรมจมูกเพื่อการทำงาน ให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งในด้านความงามและการใช้งานไปพร้อมๆ กันครับ
ควรปรึกษาและรับการผ่าตัดจากศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง!
VIBE ที่มาจากประสบการณ์อันล้นหลาม
ผู้อำนวยการ ยูยองมุน โรงพยาบาลศัลยกรรม Vibe
ภาวะแทรกซ้อนและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด เช่น เลือดออก, การอักเสบ, การติดเชื้อ, ความไม่สมมาตร ฯลฯ อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง