2026-05-25
เคสแก้ไขความหย่อนคล้อยในวัย 40 กลางๆ ด้วยการยกกระชับใต้ตา (Cheek-fting) และดึงหน้า โดย นพ. ยู ยองมุน VIBE Plastic Surgery
รีวิวเคสแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยในวัย 40 กลางๆ ด้วยการดึงหน้าผาก, ยกกระชับใต้ตา (Cheek-fting) และดึงหน้า-คอ เพื่อผลลัพธ์ที่ดูอ่อนเยาว์และเป็นธรรมชาติ

สวัสดีครับ
ผมหมอ ยู ยองมุน จาก VIBE Plastic Surgery ครับ
เมื่อเข้าสู่วัย 40 กลางๆ ถึงปลายๆ ความร่วงโรยของใบหน้าไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ ‘ริ้วรอย’ เท่านั้นครับ
ดวงตาจะเริ่มหย่อนคล้อยจนรู้สึกหนัก ไขมันใต้ตาปูดพอง เส้นกรามและลำคอเริ่มหย่อนคล้อย ทำให้ภาพรวมดูเหนื่อยล้าและดูมีอายุขึ้น
โดยเฉพาะหลายๆ ท่านมักจะบอกว่า
‘ไม่ได้อ้วนขึ้นนะ แต่รู้สึกว่ากรอบหน้ามันพังลง’
‘ลืมตาได้ลำบากกว่าเมื่อก่อน’
‘มีคนทักบ่อยๆ ว่าดูเหนื่อย’
คนไข้เคสนี้ก็เข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลที่คล้ายกันครับ
ความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตจากหนังตาตก
ไขมันใต้ตาปูดพองและร่องใต้ตาลึก
ความหย่อนคล้อยของใบหน้าส่วนล่างและลำคอ
เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งสามอย่างนี้ไปพร้อมกัน เราจึงได้ทำการผ่าตัด
ดึงหน้าผาก (Endoscopic Forehead Lift)
ยกกระชับใต้ตา (Cheek-fting)
ดึงหน้าและดึงคอ (Face & Neck Lift)
ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการยกกระชับที่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้ยาวนานครับ
วันนี้ผมจะมาอธิบายรายละเอียดว่าการผ่าตัดแต่ละอย่างเหมาะกับใคร และคาดหวังผลลัพธ์อะไรได้บ้างครับ
1. การดึงหน้าผาก — การผ่าตัดเพื่อแก้ไขดวงตาที่ดูหนักและคิ้วที่ตก
หลังวัย 40 ไม่ใช่แค่ผิวเปลือกตาที่หย่อนคล้อย แต่จริงๆ แล้วคิ้วและหน้าผากมักจะตกลงมาด้วยครับ
ในกรณีนี้ หากทำเพียงการทำตาสองชั้นหรือตัดหนังตาเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติได้
โดยเฉพาะหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ การดึงหน้าผากจะมีประสิทธิภาพมากกว่าครับ
ผู้ที่ต้องใช้แรงจากหน้าผากช่วยในการลืมตา
ผู้ที่คิ้วตกลงมาต่ำ
ผู้ที่รู้สึกว่าบริเวณโหนกคิ้วดูอึดอัดและหนัก
ผู้ที่ตาสองชั้นเริ่มถูกหนังตาปิดทับ
ผู้ที่มีริ้วรอยหน้าผากลึก
การดึงหน้าผากจะช่วยยกหน้าผากและคิ้วที่ตกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้การลืมตาสะดวกสบายขึ้น
ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่า ‘ตาโตขึ้น’ แต่จะช่วยให้ดวงตาดูสดใสและใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัดครับ
โดยเฉพาะที่ VIBE Plastic Surgery เราให้ความสำคัญกับการคงเอกลักษณ์เดิมของใบหน้าไว้และทำให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การดึงจนตึงเกินไปจนทำให้ดูดุครับ
2. ยกกระชับใต้ตา (Cheek-fting) — ความแตกต่างที่สำคัญจากการจัดเรียงไขมันใต้ตาแบบธรรมดา
ความร่วงโรยใต้ตาไม่ใช่แค่เรื่องไขมันปูดออกมาเท่านั้นครับ
ในความเป็นจริง เนื้อเยื่อบริเวณแก้มส้ม (Cheek) จะหย่อนคล้อยลง ทำให้รอยต่อระหว่างใต้ตากับแก้มดูลึกขึ้น
ส่งผลให้รอยคล้ำใต้ตาดูชัดและใบหน้าดูเหนื่อยล้ามากขึ้น
ดังนั้น การจัดเรียงไขมันเพียงอย่างเดียวจึงมีข้อจำกัดในหลายกรณีครับ
การยกกระชับใต้ตา (Cheek-fting) ของ VIBE Plastic Surgery คือ
การผ่าตัดที่ทำการจัดเรียงไขมันใต้ตาไปพร้อมๆ กับการยกกระชับเนื้อเยื่อแก้มส้มที่หย่อนคล้อยขึ้นมาครับ
นั่นคือ คุณสามารถคาดหวังผลลัพธ์ของ
การแก้ไขไขมันใต้ตาที่ปูดพอง
บรรเทาร่องลึกใต้ตา
ฟื้นฟูวอลลุ่มบริเวณแก้มส้ม
ลดเลือนรอยคล้ำใต้ตา
ผลลัพธ์การยกกระชับใบหน้าส่วนกลาง
ไปได้พร้อมๆ กันครับ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้จะพึงพอใจมากครับ
ผู้ที่ใต้ตาปูดและดูบุ๋มลงในเวลาเดียวกัน
ผู้ที่ดูเหนื่อยล้าหรือดูเศร้าหมอง
ผู้ที่แก้มส้มหย่อนคล้อยจนร่องแก้มลึกขึ้น
ผู้ที่ใบหน้าส่วนกลางดูหย่อนคล้อย
ผู้ที่ต้องการดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
คนไข้หลายท่านบอกว่าหลังผ่าตัด ‘ใบหน้าดูละมุนขึ้นมาก’ และ ‘แต่งหน้าปิดรอยคล้ำใต้ตาได้ง่ายขึ้น’ ครับ
นอกจากนี้ เนื่องจากการผ่าตัดนี้ไม่ใช่แค่การเอาไขมันออก แต่เป็นการยกกระชับโครงสร้างร่วมด้วย จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูมีมิติและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติครับ
3. การดึงหน้าและดึงคอ — แก้ไขเส้นกรามและลำคอที่หย่อนคล้อยอย่างถึงต้นตอ
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดหลังวัยกลางคนคือการเสียรูปทรงของเส้นกรามครับ
เนื้อเยื่อบริเวณกระพุ้งแก้มและใบหน้าส่วนล่างจะหย่อนคล้อยลง ผิวหนังบริเวณลำคอก็เริ่มย้วย ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน
ความร่วงโรยในระยะนี้ การทำเลเซอร์ยกกระชับหรือการร้อยไหมเพียงอย่างเดียวมักจะมีข้อจำกัดครับ
โดยเฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้ การดึงหน้าและดึงคอจะช่วยได้มากครับ
ผู้ที่มีร่องน้ำหมาก (Marionette lines) ลึก
ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัดเจน
ผู้ที่มีปัญหาคางสองชั้นและลำคอหย่อนคล้อย
ผู้ที่รู้สึกว่าใบหน้าส่วนล่างหนักและหย่อนยาน
ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่คงอยู่ยาวนาน
หัวใจสำคัญของการดึงหน้าไม่ใช่แค่การดึงผิวหนัง แต่เป็นการยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS ครับ
เพื่อให้
ร่องแก้มดีขึ้น
ร่องน้ำหมากดีขึ้น
จัดระเบียบเส้นกราม
ยกกระชับใบหน้าส่วนล่าง
ปรับปรุงลำคอ
ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้นานขึ้นครับ โดยเฉพาะเมื่อทำร่วมกับการดึงคอ การเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าด้านข้างจะชัดเจนมาก
คนไข้หลายท่านมักจะบอกหลังผ่าตัดว่า
‘หน้าดูเล็กลง’
‘เส้นลำคอกลับมาชัดเจน’
‘มีแต่คนทักว่าผอมลงหรือเปล่า’












การปรับปรุงอย่างสมดุลคือหัวใจของความงามที่เป็นธรรมชาติ
ในความเป็นจริง ความร่วงโรยของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจุดเดียวครับ
ดวงตาจะตก ใบหน้าส่วนกลางจะบุ๋ม และใบหน้าส่วนล่างกับลำคอจะหย่อนคล้อยลง
ดังนั้น หากแก้ไขเพียงจุดเดียว อาจทำให้ความร่วงโรยในจุดอื่นดูเด่นชัดขึ้นมาได้
เหมือนในเคสนี้ที่ทำการ
แก้ไขใบหน้าส่วนบนด้วยการดึงหน้าผาก
แก้ไขใบหน้าส่วนกลางด้วยการยกกระชับใต้ตา (Cheek-fting)
แก้ไขใบหน้าส่วนล่างด้วยการดึงหน้าและดึงคอ
การทำร่วมกันจะช่วยให้สมดุลของทั้งใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติครับ
ไม่ใช่การดึงให้ตึงที่สุด แต่เป็น ‘ความรู้สึกที่ได้กลับไปเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดูเด็กกว่าเดิม’ นั่นคือจุดที่สำคัญที่สุดครับ
แนวทางที่ VIBE Plastic Surgery ให้ความสำคัญ
การผ่าตัดชะลอวัยสำหรับผู้ใหญ่ไม่ใช่แค่การลบริ้วรอยครับ
หัวใจสำคัญคือการวิเคราะห์ความร่วงโรยในแต่ละชั้นผิวอย่างแม่นยำ และพิจารณาโครงสร้างรวมถึงความสมดุลของใบหน้าเพื่อให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
โดยเฉพาะที่ VIBE Plastic Surgery เรายึดถือหลักการ
หลีกเลี่ยงใบหน้าที่ดูตึงเกินไปจนผิดธรรมชาติ
การเปลี่ยนแปลงที่ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
คำนึงถึงการปรับปรุงในเชิงฟังก์ชันการใช้งาน
การยกกระชับเชิงโครงสร้างที่คงอยู่ยาวนาน
หากคุณไม่ต้องการใบหน้าที่ ‘ดูรู้ว่าไปทำมา’ แต่ต้องการ ‘การเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติเหมือนเป็นคนเดิมที่ดูเด็กขึ้น’
การวินิจฉัยและวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะสมกับประเภทความร่วงโรยของแต่ละบุคคลเป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ