2026-07-20
ไข้หวัดตาแดง? ไวรัสอะดีโน ผู้ใหญ่และเด็กเล็กควรระมัดระวัง!
ไวรัสอะดีโนเป็นสาเหตุหลักของเยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส ทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดร่วมกับขี้ตา ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ใหญ่และเด็กเล็ก

ไข้หวัดตาแดง? ไวรัสอะดีโน ผู้ใหญ่และเด็กเล็กควรระมัดระวัง!

ไวรัสอะดีโนคืออะไร?
เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของเยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส
ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ดวงตาได้หลายรูปแบบ
โดยทั่วไปคือ โรคคอหอยอักเสบและเยื่อบุตาอักเสบ และโรคเยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส

ไวรัสอะดีโนมักรู้จักกันในชื่อ ‘ไข้หวัดตาแดง’
ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงเปลี่ยนฤดูที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
เนื่องจากมีอาการคล้ายไข้หวัดร่วมกับขี้ตา
จึงถูกเรียกว่า ‘ไข้หวัดตาแดง’
มีอาการร่วมกับไข้หวัดทั่วไป เช่น มีไข้สูง เจ็บคอ
แต่ความแตกต่างคืออาจมีอาการเยื่อบุตาอักเสบ อาเจียน และท้องเสียร่วมด้วย
หากอาการรุนแรง อาจลุกลามไปเป็นปอดบวมได้
ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

หากมีอาการคล้ายไข้หวัดและมีขี้ตาสีเหลืองจำนวนมาก
ควรสงสัยว่าเป็นโรคนี้
วิธีที่ดีในการป้องกันไวรัสอะดีโนคือการสร้างนิสัยการใช้ชีวิตประจำวัน
เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป โดยไม่หักโหม
ช่วยส่งเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกันด้วยการรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน
และจำเป็นต้องมีรูปแบบการนอนหลับที่เพียงพอและมีสุขภาพดี รวมถึงการจัดการความเครียด
เช่นเดียวกับไข้หวัดทั่วไป หากมีอาการไอ จาม
ควรสวมหน้ากากอนามัยให้เป็นนิสัย
และล้างมือหลังออกจากบ้าน รวมถึงการรักษาสุขอนามัยเป็นสิ่งสำคัญ

ในช่วงที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
นอกจาก ‘ไข้หวัดตาแดง’ ที่เราได้กล่าวถึงในวันนี้แล้ว
ผู้คนจำนวนมากยังคงไปพบจักษุแพทย์เนื่องจากโรคตาต่างๆ เช่น
เยื่อบุตาอักเสบ ตาแห้ง น้ำตาไหลมากเกินไป และตาแดง
การดูแลสุขภาพตาเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความสนใจอย่างสม่ำเสมอ
หากรู้สึกไม่สบายตาหรือการมองเห็นลดลง
แนะนำให้ไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจและปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
ไวรัสอะดีโนคืออะไร?
ไวรัสอะดีโนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของเยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ดวงตาได้หลายรูปแบบ โดยทั่วไปคือ โรคคอหอยอักเสบและเยื่อบุตาอักเสบ และโรคเยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส มักรู้จักกันในชื่อ ‘ไข้หวัดตาแดง’
อาการหลักของไวรัสอะดีโนมีอะไรบ้าง?
ไวรัสอะดีโนอาจมีอาการเยื่อบุตาอักเสบ อาเจียน และท้องเสีย นอกเหนือจากอาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้สูงและเจ็บคอ ในกรณีที่รุนแรง อาจลุกลามไปเป็นปอดบวมได้
จะป้องกันไวรัสอะดีโนได้อย่างไร?
เพื่อป้องกันไวรัสอะดีโน สิ่งสำคัญคือต้องรักษานิสัยการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน นอนหลับให้เพียงพอ จัดการความเครียด และรักษาสุขอนามัย เช่น การล้างมือ
จำเป็นต้องไปพบจักษุแพทย์หากติดเชื้อไวรัสอะดีโนหรือไม่?
ใช่ จำเป็น หากมีขี้ตาสีเหลืองจำนวนมากอย่างกะทันหัน หรือรู้สึกไม่สบายตาหรือการมองเห็นลดลง แนะนำให้ไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจและปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด
ไวรัสอะดีโนเป็นอันตรายต่อเด็กเล็กมากกว่าหรือไม่?
ใช่ จำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เนื่องจากไวรัสอะดีโนอาจลุกลามไปเป็นปอดบวมได้หากอาการรุนแรง