2026-09-07
คลินิกทันตกรรมสถานียักซู ฟอกสีฟันครั้งเดียวเห็นผลไหม? (feat. การฟอกสีฟันแบบวันเดียว)
การฟอกสีฟันแบบวันเดียวที่คลินิกทันตกรรมสถานียักซูสามารถเห็นผลได้หรือไม่? บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุของการเปลี่ยนสีฟัน, กระบวนการฟอกสีฟัน, และผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จากการฟอกสีฟันแบบวันเดียว รวมถึงคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟอกสีฟัน

สวัสดีครับ
ผมคิมแทยัง ผู้อำนวยการคลินิกทันตกรรมสถานียักซู / บารึนยองเดนทัล ครับ!
ช่วงนี้มาตรการป้องกันโควิด-19 ผ่อนคลายลง ทำให้เราถอดหน้ากากอนามัยบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ครับ
เมื่อข้อบังคับในการสวมหน้ากากอนามัยถูกยกเลิกไปมาก ทำให้เวลาที่เราพูดคุยกันโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้น
ช่วงนี้จึงมีคำถามเกี่ยวกับการฟอกสีฟันเข้ามามากมายครับ
วันนี้ผมจะมาแสดงภาพก่อนและหลังเคสการฟอกสีฟันที่คลินิกของเรา และใช้เวลาสั้นๆ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฟอกสีฟันกันครับ ^^
หลายๆ ท่านที่ลังเลเกี่ยวกับการฟอกสีฟัน มักจะกังวลว่าการฟอกสีฟันจะทำให้ฟันอ่อนแอลงและเสียหายเร็วขึ้น
แต่การฟอกสีฟันนั้นไม่ได้เป็นการกรอฟันหรือทำอันตรายต่อฟัน
แต่เป็นการกำจัดสารที่ทำให้เกิดคราบบนชั้นนอกของฟันด้วยการใช้ยาครับ

นี่คือภาพตัดขวางของฟันของเราครับ
คราบสีบนฟันจะอยู่บนผิวเคลือบฟันชั้นนอกที่แข็งแรง ซึ่งเรียกว่า ‘เคลือบฟัน’ (enamel) และการฟอกสีฟันจะกำจัดคราบเฉพาะบริเวณนั้น
จึงไม่ทำให้ฟันอ่อนแอลงครับ
แล้วทำไมฟันของแต่ละคนถึงมีสีต่างกันล่ะ
เราสามารถแบ่งออกได้เป็น ‘การเปลี่ยนสีจากปัจจัยภายนอก’ และ ‘การเปลี่ยนสีจากปัจจัยภายใน’ ครับ
การเปลี่ยนสีจากปัจจัยภายนอก

1. การบริโภคอาหารที่ทำให้เกิดคราบสีบนฟัน
อาหารที่เราคุ้นเคยกันดี เช่น กาแฟ ชา แกงกะหรี่ ไวน์ ฯลฯ สามารถทำให้ฟันเปลี่ยนสีได้
และแม้จะไม่ใช่อาหาร แต่คราบนิโคตินจากบุหรี่ก็เป็นสาเหตุเช่นกันครับ
2. การดูแลช่องปากไม่เพียงพอ
หากการแปรงฟันไม่ถูกวิธี จะทำให้มีคราบจุลินทรีย์ (plaque) และหินปูนเกาะติดบนฟัน
และยังเกิดการสะสมของเม็ดสีจากแบคทีเรียด้วยครับ
การเปลี่ยนสีจากปัจจัยภายใน
ตัวอย่างที่พบบ่อยของการเปลี่ยนสีจากปัจจัยภายในคือ การรับประทานยาปฏิชีวนะที่ชื่อว่า ‘เตตราไซคลีน’ (tetracycline)
ระดับการเปลี่ยนสีของฟันจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระยะเวลา ปริมาณ และอายุที่รับประทานยาในช่วงวัยเด็กหรือช่วงที่ฟันกำลังก่อตัว

ดังที่เห็นในภาพ การเปลี่ยนสีจากปัจจัยภายในที่เกิดจากยาจะทำให้ฟันสว่างขึ้นได้ แต่ส่วนที่เป็นแถบสีดำจะไม่สามารถลบออกได้ครับ
นอกจากนี้ สีของฟันยังอาจแตกต่างกันไปเนื่องจากความผิดปกติของรูปร่าง, โรคในช่วงที่ฟันกำลังก่อตัว, โรคทางพันธุกรรม, ความบกพร่องในการสร้างเคลือบฟัน/เนื้อฟัน, ความผิดปกติขององค์ประกอบ ฯลฯ
รวมถึงการสึกหรอของฟันและการแก่ตัว ก็สามารถทำให้ฟันดูเหลืองได้ครับ
ตอนนี้เราต้องทำการตรวจสุขภาพช่องปากเบื้องต้นและประเมินสีฟันก่อนทำการฟอกสีฟันครับ

เราจะถ่ายภาพโดยใช้แผ่นเทียบสีฟันเพื่อประเมินสีฟันและอธิบายการเปลี่ยนแปลงของสีหลังการรักษาได้อย่างง่ายดายครับ
อยากฟอกสีฟันครับ/ค่ะ

ผู้ป่วยท่านนี้มาเพื่อรักษาฟันผุ แต่ต้องการฟอกสีฟันเนื่องจากมีนัดสัมภาษณ์งานสำคัญ
ตอนแรกผมอธิบายว่าสีฟันของท่านไม่ได้เข้มมากนัก จึงอาจไม่จำเป็นต้องฟอกสีฟัน
แต่เนื่องจากการฟอกสีฟันขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนตัวของผู้ป่วยเป็นหลัก ผมจึงทำการรักษาเพื่อทำให้ฟันสว่างขึ้นอีกเล็กน้อยครับ
ตามแผ่นเทียบสีฟันที่ผมใช้ สีฟันของคนเกาหลีส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ A3~A4 ครับ
เหตุผลที่ต้องตรวจสุขภาพช่องปากก่อนฟอกสีฟันคือ ผู้ป่วยที่มีหินปูนหรือโรคเหงือกอักเสบจะต้องได้รับการรักษาก่อน
และส่วนที่ฟันสึกหรอหรือรากฟันโผล่จนเสียวฟัน จะต้องได้รับการแก้ไขก่อนทำการฟอกสีฟันครับ

นี่คือภาพหลังการฟอกสีฟันครับ
จะเห็นได้ว่าฟันขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้
หลังการฟอกสีฟันทันที อาจมีรอยด่างขาวเป็นจุดๆ แต่ปรากฏการณ์นี้จะหายไปภายในไม่กี่วันครับ
ดังนั้น ผู้ที่ต้องการฟอกสีฟันก่อนงานสำคัญ ผมแนะนำให้ทำการฟอกสีฟันล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ครับ
การฟอกสีฟันมีระยะเวลาการใช้งานและจำนวนครั้งที่แนะนำแตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์
ที่คลินิกของเรา เราจะทำการฟอกสีฟัน 2 รอบต่อการมาพบทันตแพทย์ 1 ครั้ง ซึ่งการฟอกสีฟันแบบนี้ในปัจจุบันมักจะเรียกว่า ‘การฟอกสีฟันแบบวันเดียว’ ครับ


นี่คือภาพของผู้ป่วยอีกท่านหนึ่งครับ
จะเห็นได้ว่าฟันสว่างขึ้นประมาณหนึ่งเฉดสี
เช่นเดียวกับการฟอกสีฟัน ระดับความสว่างที่ได้จะแตกต่างกันไปตามองค์ประกอบของฟันแต่ละบุคคล
ในกรณีนี้ หากทำซ้ำๆ ภายในจำนวนครั้งที่ไม่ทำให้เกิดอาการเสียวฟัน ก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นครับ
การฟอกสีฟันโดยผู้เชี่ยวชาญที่คลินิกทันตกรรมมีความเข้มข้นของยาที่สูงกว่าการฟอกสีฟันด้วยตัวเอง
และดำเนินการภายในขอบเขตที่ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ต่อฟัน จึงให้ผลลัพธ์ที่ดี
หากได้รับการฟอกสีฟันทุก 6 เดือนถึง 1 ปี ก็จะสามารถรักษาสภาพฟันที่ขาวไว้ได้ครับ
การฟอกสีฟันไม่สามารถทำได้ในทุกกรณี อาจมีบางกรณีที่ต้องได้รับการรักษาก่อนตามสภาพช่องปาก
ดังนั้น ผมแนะนำให้มาปรึกษาที่คลินิกก่อนตัดสินใจครับ
ช่วงนี้ที่เริ่มใช้ชีวิตโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ผมเองก็รู้สึกแปลกๆ เวลาถอดหน้ากากเดินไปไหนมาไหนครับ
หวังว่าจะเป็นวันที่รอยยิ้มที่สดใสจะกลับมาพร้อมกับการฟอกสีฟันนะครับ ^^
ขอบคุณครับ
คำถามที่พบบ่อย
การฟอกสีฟันไม่ทำให้ฟันเสียหายใช่ไหม?
ไม่ครับ การฟอกสีฟันไม่ทำให้ฟันเสียหาย เป็นวิธีการกำจัดสารที่ทำให้เกิดคราบบนชั้นนอกของฟันด้วยการใช้ยา โดยไม่ได้กรอฟันหรือทำอันตรายต่อฟัน
ทำไมฟันถึงเปลี่ยนสี?
การเปลี่ยนสีของฟันสามารถแบ่งออกได้เป็น ‘การเปลี่ยนสีจากปัจจัยภายนอก’ และ ‘การเปลี่ยนสีจากปัจจัยภายใน’ การเปลี่ยนสีจากปัจจัยภายนอกเกิดจากการบริโภคอาหาร เช่น กาแฟ ชา แกงกะหรี่ ไวน์ บุหรี่ หรือการดูแลช่องปากไม่เพียงพอ ส่วนการเปลี่ยนสีจากปัจจัยภายในมีสาเหตุมาจากการรับประทานยาปฏิชีวนะ พันธุกรรม โรคภัยไข้เจ็บ และการแก่ตัว
มีข้อควรระวังก่อนการฟอกสีฟันหรือไม่?
มีครับ การตรวจสุขภาพช่องปากเป็นสิ่งจำเป็นก่อนการฟอกสีฟัน หากมีหินปูนหรือโรคเหงือกอักเสบ จะต้องได้รับการรักษาก่อน และหากมีฟันสึกหรอหรือรากฟันโผล่จนเสียวฟัน จะต้องได้รับการแก้ไขก่อนทำการฟอกสีฟัน
การฟอกสีฟันแบบวันเดียวสามารถเห็นผลได้หรือไม่?
ได้ครับ การฟอกสีฟันแบบวันเดียวสามารถเห็นผลได้ ที่คลินิกทันตกรรมจะทำการฟอกสีฟัน 2 รอบต่อการมาพบทันตแพทย์ 1 ครั้ง ระดับความสว่างที่ได้อาจแตกต่างกันไปตามองค์ประกอบของฟันแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์หลังการฟอกสีฟันจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของการฟอกสีฟันโดยผู้เชี่ยวชาญมักจะคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อรักษาสภาพฟันที่ขาวไว้ ควรได้รับการฟอกสีฟันทุก 6 เดือนถึง 1 ปี
หากต้องการฟอกสีฟันก่อนงานสำคัญ ควรทำเมื่อไหร่?
หากต้องการฟอกสีฟันก่อนงานสำคัญ แนะนำให้ทำการรักษาล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ครับ หลังการฟอกสีฟันทันที อาจมีรอยด่างขาวเป็นจุดๆ ชั่วคราว แต่จะหายไปภายในไม่กี่วัน