Rebeauty

ปัญหาแก้มบุ๋มแก้มยุบ? มารู้จัก Juvelook Volume กัน

โดย 르미엘성형외과 · · ดูต้นฉบับภาษาเกาหลี

ปัญหาแก้มบุ๋มแก้มยุบ? มารู้จัก Juvelook Volume กัน

รู้จัก Juvelook Volume หัตถการคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ผสม PDLLA กับกรดไฮยาลูโรนิก ช่วยเสริมวอลุ่มแก้มบุ๋มอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมข้อมูลหลักการทำงาน ข้อควรระวัง และการดูแลหลังทำหัตถการ

มีช่วงเวลาหนึ่งที่ทุกครั้งที่ยืนหน้ากระจก จะพบสิ่งที่ทำให้รู้สึกกังวลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

หากแก้มดูยุบลง ร่องแก้มลึกขึ้น หรือมักได้ยินคนบอกว่าหน้าตาดูอ่อนเพลีย อาจถึงเวลาแล้วที่ควรมองย้อนกลับไปถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในผิว

สาเหตุที่ใบหน้าดูเปลี่ยนไปทั้งที่ไม่ได้น้ำหนักลด มักไม่ใช่แค่ริ้วรอยหรือผิวหย่อนคล้อยธรรมดา แต่ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับวอลุ่มใต้ผิวหนังที่ค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา

เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในผิวและไขมันบนใบหน้าจะลดลงพร้อมกัน ส่งผลให้เห็นอาการยุบตัวชัดเจนที่สุดบริเวณแก้มและร่องแก้ม

สำหรับผู้ที่กำลังสนใจ Juvelook Volume เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เราได้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่หลักการทำงานของหัตถการ ข้อควรระวัง ไปจนถึงการดูแลหลังทำหัตถการไว้ในบทความนี้

-สารบัญ-

Juvelook Volume คืออะไร?

แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?

กลไกการทำงานของหัตถการ

ผู้ที่อาจพิจารณาหัตถการนี้ได้ (เช็กลิสต์)

คุณสมบัติและข้อควรระวังของหัตถการ

ปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นหลังทำหัตถการและข้อควรระวัง

การดูแลตนเองในชีวิตประจำวันเพื่อรักษาผล

คำถามที่พบบ่อย Q&A

1. Juvelook Volume คืออะไร?

Juvelook Volume คือหัตถการคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ฉีดส่วนผสมของ PDLLA โมเลกุลสูงและกรดไฮยาลูโรนิกเข้าสู่ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนด้วยตัวเอง

หลักการสำคัญของหัตถการนี้ไม่ใช่การเติมสารจากภายนอกเพื่อเพิ่มวอลุ่ม แต่เป็นการช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการรับรองจาก FDA ของสหรัฐอเมริกาและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของเกาหลี ส่วนประกอบเป็นวัสดุชีวภาพที่ย่อยสลายและดูดซึมในร่างกายได้หลังจากระยะเวลาหนึ่ง

2. แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?

ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกเป็นการฉีดสารจากภายนอกโดยตรงเพื่อเติมวอลุ่ม ซึ่งจะเห็นผลได้ทันทีหลังทำหัตถการ

ในทางกลับกัน Juvelook Volume ทำงานโดยกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาสร้างคอลลาเจนภายในผิว และวอลุ่มจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากพลังของผิวเองตามกาลเวลา

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและค่อยๆ ปรากฏ มากกว่าการเปลี่ยนแปลงทันทีทันใด

อย่างไรก็ตาม วิธีใดจะเหมาะสมกับคุณมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวและบริเวณที่เป็นปัญหา จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเสมอ

3. กลไกการทำงานของหัตถการ

Juvelook Volume ทำงานใน 2 ขั้นตอน

ทันทีหลังทำหัตถการ ส่วนประกอบกรดไฮยาลูโรนิกจะสร้างความชุ่มชื้นและวอลุ่มเบาๆ ในบริเวณที่ฉีด

จากนั้น ในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนต่อมา ส่วนประกอบ PDLLA จะกระตุ้นกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนในเนื้อเยื่อผิว และเนื้อเยื่อใหม่จะค่อยๆ เติมเต็มบริเวณที่ยุบ

กระบวนการนี้มักจะเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ 1-2 เดือนหลังทำหัตถการ และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของแต่ละบุคคล

4. ผู้ที่อาจพิจารณาหัตถการนี้ได้ (เช็กลิสต์)

โปรดตรวจสอบสภาพของตนเองตามรายการด้านล่างก่อน และควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมเสมอ

✔ กังวลกับแก้มบุ๋มด้านข้างที่ทำให้ดูอ่อนเพลียหรือแก่กว่าวัย

✔ รู้สึกว่าบริเวณร่องแก้มหรือใต้แก้มยุบบุ๋ม

✔ วอลุ่มใบหน้าโดยรวมลดลงเนื่องจากวัยหรือน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลง

✔ ต้องการเพิ่มวอลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ผ่าตัด

✔ ชอบวิธีการฟื้นฟูเนื้อเยื่อตัวเองมากกว่าการเติมสารจากภายนอก

✔ ต้องการกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วหลังทำหัตถการ

ในทางกลับกัน หัตถการนี้อาจถูกจำกัดในกรณีต่อไปนี้

กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร

มีการติดเชื้อหรือการอักเสบในบริเวณที่จะทำหัตถการ

มีประวัติแพ้กรดไฮยาลูโรนิกหรือลิโดเคน

มีโรคภูมิต้านทานตนเองหรืออยู่ในระหว่างการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน

นอกจากนี้ หากสาเหตุของแก้มบุ๋มมาจากการหย่อนคล้อย การเติมวอลุ่มเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

ในกรณีที่มีการหย่อนคล้อยร่วมด้วย อาจเหมาะสมที่จะพิจารณาหัตถการลิฟติ้งควบคู่กัน ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

5. คุณสมบัติและข้อควรระวังของหัตถการ

✔ วิธีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเอง

เนื่องจากเป็นการช่วยให้ผิวสร้างเนื้อเยื่อเองแทนที่จะเติมวอลุ่มจากภายนอก จึงคาดหวังได้ว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ เติมเต็มอย่างเป็นธรรมชาติตามกาลเวลา

อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงไม่สามารถสรุปผลได้อย่างแน่ชัด

✔ ใช้ส่วนประกอบที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ

ประกอบด้วยส่วนประกอบที่สลายตัวและถูกดูดซึมในร่างกายหลังจากระยะเวลาหนึ่ง จึงลดความกังวลเกี่ยวกับสารตกค้างในระยะยาว

✔ บริเวณที่สามารถทำได้

ส่วนใหญ่ใช้กับบริเวณที่ต้องการเสริมวอลุ่ม เช่น แก้มบุ๋มด้านข้าง ร่องแก้ม และใต้ตาบุ๋ม สำหรับบริเวณขมับและหน้าผาก มักทำได้อย่างจำกัดหลังจากปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงอย่างเพียงพอ

กรณีที่ต้องระวัง

ผลข้างเคียงที่ต้องระวังมากที่สุดคือ 'นอดูล' (ก้อนแข็งใต้ผิว) Juvelook Volume มีรูปแบบเป็นผงที่ต้องละลายด้วยน้ำเกลือก่อนใช้ หากกระบวนการละลายไม่เพียงพอหรือฉีดปริมาณมากเกินไปในบริเวณที่ไม่เหมาะสม อาจเกิดก้อนแข็งใต้ผิวที่สัมผัสได้

เพื่อลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงดังกล่าว ควรตรวจสอบว่าใช้ผลิตภัณฑ์แท้และแพทย์มีความชำนาญเพียงพอก่อนทำหัตถการ

6. ปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นหลังทำหัตถการและข้อควรระวัง

หลังทำหัตถการอาจเกิดปฏิกิริยาต่อไปนี้

บวม ช้ำ และแดงบริเวณที่ฉีด

อาการเจ็บกดหรือปวดตึงชั่วคราว

รู้สึกไม่เรียบที่ผิว (ส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน)

นอดูลเกิดขึ้นได้ แต่พบไม่บ่อย

หากอาการดังกล่าวนานกว่าที่คาดหรือแย่ลง กรุณาแจ้งสถานพยาบาลที่ทำหัตถการทันที

ข้อควรระวังหลังทำหัตถการ

✔ ห้ามกดแรงหรือนวดบริเวณที่ฉีดตั้งแต่วันที่ทำหัตถการจนถึงสองสามวันถัดไป

✔ หลีกเลี่ยงซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และการออกกำลังกายหนักจนกว่าอาการบวมจะยุบสนิท

✔ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำหัตถการ

ผลลัพธ์และระยะเวลาการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

7. การดูแลตนเองในชีวิตประจำวันเพื่อรักษาผล

นิสัยการป้องกันแสงแดด

แสงยูวีเป็นหนึ่งในปัจจัยสิ่งแวดล้อมสำคัญที่กระตุ้นการสลายคอลลาเจนในผิว ควรทาครีมกันแดดอย่างทั่วถึงก่อนออกนอกบ้าน และทาซ้ำเป็นระยะเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

การดูแลความชุ่มชื้น

หลังทำหัตถการผิวอาจแห้งได้ การบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื้น จะช่วยรักษาสมดุลของชั้นป้องกันผิวและสนับสนุนการฟื้นตัวรวมถึงรักษาผล

พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

การสูบบุหรี่เป็นที่ทราบกันว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ขัดขวางการสังเคราะห์คอลลาเจน อาหารที่สมดุลและการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอเป็นพื้นฐานสำคัญในการช่วยให้ผิวฟื้นตัว และอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซีหรือโปรตีนอาจช่วยส่งเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน

การตรวจติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ

ควรตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของผิวร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นระยะ และปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการทำหัตถการเพิ่มเติมหากจำเป็น

8. คำถามที่พบบ่อย Q&A

Q. ต้องใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะรู้สึกถึงผล?

A. หลังทำหัตถการอาจรู้สึกถึงวอลุ่มเบาๆ ได้บ้าง แต่การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดจากการสร้างคอลลาเจนมักจะค่อยๆ ปรากฏตั้งแต่ 1-2 เดือนหลังทำหัตถการ

เนื่องจากผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาพผิวของแต่ละคน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อยืนยัน

Q. ต้องทำกี่ครั้ง?

A. โดยทั่วไปมักแนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้งโดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และแพทย์จะปรับจำนวนครั้งตามสภาพผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละคน

Q. แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?

A. ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกเป็นการเติมวอลุ่มโดยตรงด้วยสารจากภายนอก ในขณะที่ Juvelook Volume ใช้ส่วนประกอบ PDLLA กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ทำให้วอลุ่มก่อตัวจากเนื้อเยื่อของตัวเอง วิธีใดจะเหมาะสมกว่านั้น แพทย์ที่ตรวจสภาพผิวโดยตรงเท่านั้นที่สามารถพิจารณาได้

Q. หลังทำหัตถการสามารถใช้ชีวิตปกติได้ทันทีไหม?

A. เนื่องจากเป็นวิธีการฉีด โดยทั่วไปจึงฟื้นตัวได้เร็ว แต่อาจมีอาการบวมหรือช้ำในวันนั้น หากมีนัดสำคัญควรวางแผนเวลาทำหัตถการล่วงหน้า

อาการแก้มยุบหรือแก้มบุ๋มด้านข้างมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนตามวัย และแนวทางการรักษาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสาเหตุ

Juvelook Volume เป็นหนึ่งในทางเลือกนั้น และได้รับความสนใจในฐานะวิธีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองโดยไม่ผ่าตัด

เราแนะนำให้หาข้อมูลให้เพียงพอและปรึกษาแพทย์แบบตัวต่อตัว เพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพผิวและสาเหตุของแต่ละคน

เลอมีแอลคลินิกศัลยกรรมความงาม ชั้น 3 ดงยองทาวเวอร์ เลขที่ 120 ถนนจงโน เขตจงโน กรุงโซล เช็กอินบล็อกนี้ บทความอื่นๆ จากสถานที่นี้