2026-05-25
ปรับกรอบหน้าให้เรียบเนียนด้วย LipoSound!
รีวิวดูดไขมันเหนียงและกรอบหน้าด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูง LipoSound เพื่อใบหน้าที่เรียวสวยและฟื้นตัวไว

* ข้อมูลเบื้องต้น
# หญิงวัย 20 ปี
# ปัญหาไขมันใต้คาง (เหนียง) ที่ลดยากแม้จะไดเอทอย่างต่อเนื่อง
* การปรึกษา
# การใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) จะช่วยสลายไขมันใต้ผิวหนังให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ (เปรียบเหมือนการเปลี่ยนเนื้อส้ม ให้กลายเป็นน้ำส้ม) ซึ่งจะทำให้สามารถรีดไขมันออกมาผ่านรูเปิดขนาดเล็กได้ และสามารถกำจัดไขมันออกได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยท่อดูดไขมัน (Cannula) ขนาดเล็กเท่านั้น
# หากคุณสงสัยว่า VIBE Plastic Surgery มีวิธีการดูดไขมันอย่างไร ลองรับชมวิดีโอจาก YouTube ด้านล่างนี้ก่อนได้ครับ ^^
* แผนการรักษา
# ดูดไขมันด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (บริเวณเหนียงและกรอบหน้า)





* ผลลัพธ์หลังการผ่าตัด
# ความรู้สึกหนาหนักบริเวณกรอบหน้าและเหนียงหายไปหลังจากดูดไขมัน!

หลักการทำงานของ LipoSound
# ‘LipoSound’ คืออุปกรณ์ที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการทำให้ไขมันกลายเป็นของเหลว (Emulsification) เนื่องจากมันเปลี่ยนอนุภาคไขมันที่เหมือนเนื้อส้มให้กลายเป็นน้ำ
1. ช่วยให้การดูดไขมันนุ่มนวลขึ้นมาก โดยไม่ต้องใช้แรงดึงรั้งเยอะก็สามารถรีดไขมันออกมาได้เหมือนน้ำ และใช้เพียงท่อดูดขนาดเล็กเท่านั้น ดังนั้นการระคายเคืองจึงน้อยกว่า ทำให้รอยช้ำหรืออาการบวมหายเร็วขึ้น และเกิดพังผืดหลังผ่าตัด (Bio-bond) น้อยลงมากด้วย
2. เนื่องจากการยิงคลื่นเสียงลงไปใต้ชั้นผิวหนังแท้ จึงช่วยลดการหย่อนคล้อยหลังทำ และยังได้รับผลพลอยได้ในเรื่องความยืดหยุ่นและการกระชับผิว (Tightening) อีกด้วย
# หลังจากผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ อาจเกิดอาการตึงจากพังผืด (Bio-bond) ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายผิว ในช่วงนี้การประคบอุ่นพร้อมกับการยืดกล้ามเนื้อจะช่วยให้หายเร็วขึ้น และในการตรวจติดตามผลครบ 1 เดือน ทางคลินิกอาจมีการฉีดสลายพังผืดให้ด้วย โปรดทราบข้อมูลนี้ไว้ครับ!
ปรึกษาและผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง!
VIBE ที่มาจากประสบการณ์อันเหลือล้น
ผู้อำนวยการ ยู ยองมุน แห่ง VIBE Plastic Surgery
VIBE Plastic Surgery ปฏิบัติตามกฎหมายการแพทย์อย่างเคร่งครัด ภาพถ่ายก่อนและหลังได้รับการถ่ายทำภายใต้เงื่อนไขเดียวกันและได้รับความยินยอมจากคนไข้แล้ว ภาวะแทรกซ้อนและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด เช่น เลือดออก, การอักเสบ, การติดเชื้อ หรือความไม่สมมาตร อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง