2026-05-25
การยกคิ้ว (Subbrow Lift) และการศัลยกรรมตาล่าง (Lower Blepharoplasty)
เคสหญิงวัย 50 ปีที่มีปัญหาหนังตาตกและถุงใต้ตาบวม แก้ไขด้วยการยกคิ้วและจัดเรียงไขมันใต้ตาใหม่ เพื่อดวงตาที่ดูสดใสและเป็นธรรมชาติ

* ข้อมูลเบื้องต้น
# หญิงวัย 50 ปี
# สภาพปัจจุบัน
- มีนิสัยชอบเลิกคิ้วเนื่องจากผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนหย่อนคล้อย
- ไขมันใต้ตาบวมนูนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า
* การปรึกษา
# คนไข้มาพบแพทย์ด้วยความกังวลเรื่องผิวหนังเปลือกตาบนหย่อนคล้อยมาก รวมถึงความนูนและริ้วรอยใต้ตา
# หากทำเพียง ‘การศัลยกรรมตาสองชั้น (Upper Blepharoplasty)’ เพื่อเอาผิวหนังที่หย่อนออกเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ความหนาเทอะทะของเปลือกตาดูเด่นชัดขึ้น และอาจได้ชั้นตาที่ดูเชยหรือดุเกินไป ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
# จึงตัดสินใจแก้ไขโดยการดึงผิวหนังที่หย่อนคล้อยขึ้นจากบริเวณใต้คิ้ว (Subbrow Lift)
# สำหรับใต้ตา สิ่งสำคัญคือการจัดเรียงถุงไขมันที่นูนออกมาใหม่ และทำการยึดกล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis Oculi Muscle Suspension) เพื่อป้องกันอาการตาแหก (Ectropion) และเพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนาน
* แผนการรักษา
# การยกคิ้ว (Subbrow Lift)
# การศัลยกรรมตาล่าง (Lower Blepharoplasty)


* ผลลัพธ์หลังการผ่าตัด
# พยายามแก้ไขความหย่อนคล้อยอย่างเต็มที่ผ่านการยกคิ้ว เมื่อดึงผิวหนังที่หย่อนขึ้นไปแล้ว ชั้นตาที่เคยถูกซ่อนอยู่ก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
# นอกจากนี้ ในการยกคิ้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การตัดผิวหนังออกเท่านั้น แต่ต้องมีการยึดกับเยื่อหุ้มกระดูก (Periosteal Fixation) เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาหย่อนคล้อยอีกและเพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ยาวนาน
# ในส่วนของการศัลยกรรมตาล่าง ต้องทำการยึดกล้ามเนื้อรอบดวงตาให้แน่นหนา เพื่อป้องกันอาการตาแหกหรือการกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย
# และไม่ลืมที่จะสร้างดอลลี่อาย (Aegyo-sal) ให้ดูเป็นธรรมชาติขณะทำตาล่าง เพราะหากใต้ตาเรียบแบนเกินไปอาจจะทำให้ดูมีอายุได้
ควรปรึกษาและรับการผ่าตัดจากศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง!
VIBE ที่มาจากประสบการณ์อันเหลือล้น
ผู้อำนวยการ ยูยองมุน Vibe Plastic Surgery
ภาวะแทรกซ้อนและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด เช่น เลือดออก, การอักเสบ, การติดเชื้อ และความไม่สมมาตร อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง