2026-05-25
3. วิธีการผ่าตัดศัลยกรรมจมูก
เจาะลึกขั้นตอนการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกอย่างละเอียด ตั้งแต่การกรีด การเลาะเนื้อเยื่อ การตกแต่งกระดูกอ่อน ไปจนถึงการปรับโครงสร้างกระดูก โดยคุณหมอยูยองมุน VIBE Plastic Surgery

สวัสดีครับ
ผมยูยองมุน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศัลยกรรม VIBE ครับ
ในโพสต์ที่แล้ว
เราได้ดูข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ ‘ความรู้ทางกายวิภาค’ ที่จำเป็นสำหรับการผ่าตัดจมูก และ
วิธีการวาง ‘แผนการผ่าตัดก่อนเริ่มงานจริง’ กันไปแล้วครับ
ถ้าอย่างนั้น วันนี้เรามาดูรายละเอียดกันว่า จากแผนการผ่าตัดที่วางไว้อย่างดีแล้วนั้น ขั้นตอนการผ่าตัดจริงดำเนินไปอย่างไร..
เราจะมาดูวิธีการผ่าตัดจมูกในเชิงลึกกันครับ ^^
1. การกรีดแผลและการเลาะเนื้อเยื่อ (Incision & Dissection)
(1) การกรีดบริเวณแกนกั้นจมูก (Columellar Incision)

มีการกรีดในหลากหลายรูปแบบตามภาพด้านบน โดยปกติจะเลือกส่วนที่สั้นที่สุด และควรกรีดเป็นรูปตัว W หรือ V แทนที่จะเป็นเส้นตรง เพื่อให้เหลือรอยแผลเป็นน้อยที่สุดครับ
(2) การเลาะเนื้อเยื่อ (Dissection)
: ในส่วนของกระดูกอ่อน จะทำการเลาะใต้เยื่อหุ้มกระดูกอ่อน (Subperichondrial dissection) อย่างไรก็ตาม ในกรณีแก้ไขจมูกชมพู่ (Bulbous nose) อาจมีการเลาะโดยจงใจให้มีเนื้อเยื่ออ่อนติดมาด้วย แล้วค่อยกำจัดเนื้อเยื่ออ่อนที่ติดอยู่บนกระดูกอ่อนออกภายหลัง
: ในส่วนของกระดูกจมูก จะทำการเลาะใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Subperiosteal dissection) เพื่อให้ซิลิโคนถูกยึดไว้ด้วยเยื่อหุ้มกระดูกและไม่เคลื่อนที่ได้ง่ายครับ
2. การตกแต่งกระดูกอ่อน (Cartilage Plastic Surgery)
(1) การเก็บกระดูกอ่อน
- กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก (Septal Cartilage): เป็นกระดูกอ่อนที่เป็นเสาหลักกลางของจมูก ดังนั้นการเก็บกระดูกอ่อนโดยเหลือโครงรูปตัว L (L-strut) ที่เหมาะสม (10~15 มม.) จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก หากเก็บออกมามากเกินไป เสาจมูกอาจทรุดตัวและเกิดความผิดรูปที่เรียกว่าจมูกอานม้า (Saddle nose deformity) ได้ครับ

- กระดูกอ่อนใบหู: สิ่งสำคัญในการเก็บกระดูกอ่อนใบหูคือต้องไม่ให้เกิดปัญหาด้านฟังก์ชันหรือรูปร่างของใบหูตามมาครับ

ส่วน Cymba concha มีลักษณะยาว เหมาะสำหรับใช้เป็นเสาค้ำยัน (Strut) ส่วน Cavum concha มีลักษณะหนาและสั้น เหมาะสำหรับใช้เป็นวัสดุในการปลูกถ่ายแบบวางซ้อน (Onlay graft) หรือการปลูกถ่ายแบบโล่ (Shield graft) มากกว่าการใช้เป็นเสาค้ำครับ
- กระดูกอ่อนซี่โครง: เมื่อเก็บกระดูกอ่อนซี่โครงของตัวเอง มักจะเก็บจากบริเวณซี่โครงซี่ที่ 6, 7 หรือ 8 ครับ

(2) การเย็บมัดกระดูกอ่อน
- การเย็บมัดกระดูกอ่อนปลายจมูกที่แยกออกจากกันให้เข้าที่ เพื่อสร้างรูปทรงและองศาที่ต้องการเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากครับ
- มีวิธีการเย็บที่หลากหลายดังต่อไปนี้ และสิ่งสำคัญคือต้องเลือกวิธีเย็บให้เหมาะสมกับความต้องการครับ





(3) การปลูกถ่ายกระดูกอ่อน (Cartilage Graft)
- การปลูกถ่ายยืดผนังกั้นจมูก (Septal Extension Graft): เป็นเทคนิคพื้นฐานที่สุดในการเพิ่มความสูงของปลายจมูก ต้องสร้างเสาที่แข็งแรงเพื่อให้คงความสูงไว้ได้และเพิ่มความสูงได้ตามต้องการครับ

- การปลูกถ่ายเสาแกนจมูก (Columellar Strut Graft): ในกรณีที่กระดูกอ่อนปลายจมูกพัฒนามาดีอยู่แล้ว เพียงแค่การปลูกถ่ายเสาค้ำก็สามารถสร้างแรงพยุงที่เพียงพอได้ครับ

- การปลูกถ่ายแบบวางซ้อนปลายจมูก (Tip Onlay Graft): เป็นเทคนิคเพื่อสร้างรูปทรงปลายจมูกที่เป็นธรรมชาติ และสามารถเพิ่มความสูงรวมถึงปรับองศาเพิ่มเติมได้
- การปลูกถ่ายแบบโล่ (Shield Graft): จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้ปลายจมูกดูตัดตรงจนเกินไป
- Derotation graft: ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มความยาวของปลายจมูกเมื่อทำการแก้ไขจมูกสั้น (จมูกเหิน)

3. การตกแต่งโครงสร้างกระดูก (Skeletal Plastic Surgery)
- การแก้ไขฮัมพ์ (Hump reduction): ใช้มีด, กรรไกร หรือเครื่องมือตัดกระดูก (Osteotome) ในการกำจัดออกหรือตะไบออกเล็กน้อยดังภาพด้านล่าง ต้องระมัดระวังไม่กำจัดฮัมพ์ออกมากเกินไป เพราะอาจไปเชื่อมกับโพรงจมูก (Nasal cavity) ได้ครับ

- การตอกฐานกระดูก (Osteotomy): ในกรณีที่สันจมูกกว้าง, จมูกเบี้ยว หรือมีความไม่สมมาตรซ้ายขวา จะใช้วิธีการตอกฐานเพื่อปรับแต่งครับ

4. การเย็บปิดแผล (Suture)
- ปิดท้ายการผ่าตัดด้วยการเย็บแผลบริเวณแกนกั้นจมูกและภายในจมูกอย่างประณีตเพื่อไม่ให้เกิดรอยแผลเป็น
5. การทำแผลและพันผ้า (Dressing)
- การใช้เทปพันกระชับมีบทบาทสำคัญในการป้องกันไม่ให้เลือดคั่งภายในจมูก
- การใช้เฝือกจมูก (Splint) เพื่อยึดตรึงไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนที่ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันครับ
วันนี้เราได้ดูรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการศัลยกรรมจมูกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ ในการผ่าตัดจริง เทคนิคพื้นฐานเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ร่วมกับประสบการณ์และทักษะเฉพาะตัวของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ!
หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจการศัลยกรรมจมูก แล้วพบกันใหม่พร้อมข้อมูลที่มีประโยชน์ในครั้งหน้าครับ ^^