Rebeauty

2026-05-25

1. ยกคิ้วและหน้าผากผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscopic Forehead Lift)

บทความโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง ยูยองมุน อธิบายเกี่ยวกับการผ่าตัดยกหน้าผากผ่านกล้องเอ็นโดสโคป เพื่อแก้ไขปัญหาคิ้วตก ระยะห่างระหว่างตาและคิ้วแคบ และริ้วรอยหน้าผาก ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

1. ยกคิ้วและหน้าผากผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscopic Forehead Lift)

สวัสดีครับ

ผมหมอยูยองมุน ศัลยแพทย์ตกแต่งครับ

เมื่อพูดถึงการทำศัลยกรรมตา

ถ้าไม่มีตาสองชั้น ก็ทำตาสองชั้น?

ถ้ากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ก็แก้ไขกล้ามเนื้อตา?

ถ้าเป็นผู้สูงอายุก็ต้องทำศัลยกรรมเปลือกตาบน (Upper Blepharoplasty)?

คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเพียงเท่านี้ครับ

แต่ก็มีหลายท่านที่รู้สึกว่า

ฉันก็ทำตาสองชั้นมาแล้ว

หรือแก้ไขกล้ามเนื้อตามาแล้ว

จริงอยู่ที่ตาดูโตขึ้นและชัดเจนขึ้น แต่...

ใบหน้ากลับดูดุเกินไป

และบริเวณโหนกคิ้วหรือเปลือกตาดูบวมตุ่ยขึ้น

จนกลายเป็นความไม่พอใจ

ในกรณีนี้ สิ่งที่เราต้องพิจารณาคือ

ตำแหน่งของคิ้ว

นั่นคือ ระยะห่างระหว่างคิ้วและดวงตาครับ

ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่ต้องใส่ใจ

ดังนั้น วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ

การยกหน้าผากผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscopic Forehead Lift) ซึ่งเป็นวิธีผ่าตัดเพื่อจัดวางตำแหน่งคิ้วให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมที่สุดครับ ^^


* ตำแหน่งคิ้วที่เหมาะสม

1. ขณะลืมตา: ระยะห่างประมาณ 1~1.5 เท่าของขนาดตาดำ

2. ขณะหลับตา: ระยะห่างระหว่างขนตาถึงคิ้วประมาณ 20~26 มม.

3. คิ้วควรวางอยู่บนส่วนที่นูนที่สุดของกระดูกโหนกคิ้ว

โดยปกติจะใช้เกณฑ์เหล่านี้ครับ

แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ!

เมื่อลองยกคิ้วขึ้นดูแล้ว "มันเข้ากับเราหรือไม่"

เพราะแต่ละคนมีรูปหน้าต่างกัน (กลม ยาว เหลี่ยม...) ความกว้างของหน้าผาก และปริมาณเส้นผมก็สำคัญครับ

(เพราะถ้าลองยกคิ้วแล้วหน้าดูยาวเกินไป หรือหน้าผากกว้างเกินไปจนไม่น่าพอใจ ก็คงไม่ดีใช่ไหมครับ)

ดังนั้น คุณควรเข้ารับการปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีประสบการณ์โดยตรงครับ


* ใครบ้างที่จะพึงพอใจกับการผ่าตัดนี้?

1. กรณีที่คิ้วต่ำเกินไปจนระยะห่างระหว่างตากับคิ้วแคบ

2. กรณีที่หน้าผากแคบและมีริ้วรอยลึก

3. กรณีที่มีริ้วรอยยาวและลึกบริเวณหางตา หว่างคิ้ว และสันจมูก

4. กรณีที่เปลือกตาดูบวมหนา

5. กรณีที่หลังจากทำตาสองชั้นหรือแก้ไขกล้ามเนื้อตาแล้วคิ้วตกลงมา ทำให้เปลือกตาดูบวมมากขึ้น

ผมเริ่มทำผ่าตัดยกหน้าผากผ่านกล้องมาประมาณ 5 ปีแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดเมื่อเทียบกับตอนนั้นคือ

กลุ่มอายุของผู้รับบริการน้อยลงครับ

เมื่อก่อนส่วนใหญ่จะมีเพียงวัยกลางคนขึ้นไปที่เลือกผ่าตัดนี้

(และถึงอย่างนั้น ผมก็ต้องอธิบายอย่างละเอียดและโน้มน้าวอยู่นานกว่าจะยอมทำ เพราะคุณแม่หลายท่านตั้งใจมาทำแค่เปลือกตาบน พอแนะนำให้ยกหน้าผากด้วยก็มักจะตกใจครับ ^^;)

แต่เดี๋ยวนี้ความต้องการในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้นครับ

เหมือนในกรณีข้อ 5 ที่คิดว่าแค่ทำตาสองชั้นหรือแก้ไขกล้ามเนื้อตาแล้วตาจะดูสดใสและโตขึ้น แต่พอทำจริงแล้วคิ้วกลับตกลงมาทำให้ดูบวมกว่าเดิม

สำหรับท่านที่รู้สึกถึงความจำเป็นนี้ด้วยตัวเองและมาพบหมอ มักจะมีความพึงพอใจหลังผ่าตัดสูงมากครับ ^____^


* หลักการผ่าตัดตามความเข้าใจทางกายวิภาค

กล้ามเนื้อที่ดึงคิ้วขึ้น

กล้ามเนื้อที่ดึงคิ้วลง

Frontalis muscle

Corrugator

Procerus

Depressor supercili muscle

Orbicularis oculi muscle

หลักการของการผ่าตัดคือการใช้กล้องเอ็นโดสโคปเพื่อเลาะและคลายกล้ามเนื้อที่ดึงคิ้วลงอย่างละเอียด เพื่อให้คิ้วยกขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ


* ขั้นตอนการผ่าตัด

อย่างที่หลายท่านพอจะคาดเดาได้

การผ่าตัดโดยใช้ "กล้องเอ็นโดสโคป"

หมายความว่าเลือดออกน้อยและฟื้นตัวได้เร็วครับ

(เหมือนกับการผ่าตัดส่องกล้องในช่องท้องที่ง่ายกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิมครับ)

1. ทำภายใต้การดมยาสลบแบบตื้น (IV Sedation)

2. ถักเปียผมให้เรียบร้อย (จริงๆ ขั้นตอนนี้ใช้เวลานานมากครับ)

3. เปิดแผลขนาดเล็ก 5 จุด (หรือ 3 จุด ตามความเหมาะสม)

4. เลาะเนื้อเยื่ออย่างประณีตผ่านกล้องเพื่อไม่ให้กระทบเส้นประสาทและเส้นเลือด

5. เลาะเส้นยึดโยง (Retaining ligaments) อย่างระมัดระวัง

6. ยกกระชับขึ้นตามปริมาณที่ต้องการ

7. ยึดตำแหน่งด้วยวัสดุ Endotine หรือไหม

8. เย็บปิดแผล

9. ทำแผล

ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ

ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียง 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้น จึงไม่ใช่การผ่าตัดที่น่ากังวลหรือเป็นเรื่องใหญ่แต่อย่างใดครับ

Endotine (เอ็นโดไทน์)

* ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นและวิธีการรักษา

1. เลือดคั่ง (Hematoma)

เนื่องจากการใช้กล้องเอ็นโดสโคปช่วยให้เห็นเส้นเลือดชัดเจนและเลาะอย่างประณีต โอกาสที่จะเกิดเลือดออกจนคั่งจึงมีน้อยมาก นอกจากนี้ยังมีการใส่สายระบายเลือด (Hemovac) เพื่อป้องกันไว้ก่อน ความเสี่ยงนี้จึงยิ่งลดลงไปอีก

แต่หากเกิดขึ้น จะต้องเปิดแผลเดิมทันทีและใช้กล้องส่องเพื่อห้ามเลือดที่ต้นเหตุครับ

2. ความรู้สึกผิดปกติ

ในสมัยก่อนที่ยังไม่ใช้กล้อง การเลาะอาจทำให้เส้นประสาท Supraorbital หรือ Supratrochlear บาดเจ็บ ส่งผลให้เกิดปัญหาความรู้สึกบริเวณหน้าผากถึงหนังศีรษะ เช่น ชา หรือรู้สึกแปลกๆ แต่ปัจจุบันการใช้กล้องช่วยให้เลาะรอบเส้นประสาทได้อย่างละเอียด จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความรู้สึกผิดปกติถาวรครับ อาจมีความรู้สึกแปลกๆ ชั่วคราวได้ประมาณ 1~3 เดือน แต่หลังจากนั้นมักจะหายเป็นปกติครับ

3. คิ้วไม่เท่ากัน

หากไหมหรือ Endotine ที่ยึดไว้คลายตัว อาจต้องทำการยึดใหม่ หรือหากมีความแตกต่างในการเลาะเนื้อเยื่อ ก็อาจต้องใช้กล้องเข้าไปเลาะเพิ่มเติมครับ

4. เนื้อเยื่อหน้าผากตาย

หากพันผ้าพันแผลแน่นเกินไปอาจกดทับผิวหนังหน้าผากจนเกิดการขาดเลือดและเนื้อตายได้ (โดยเฉพาะตามแนวสายระบายเลือด) ดังนั้นการพันแผลควรทำแต่พอดีไม่ให้กระทบต่อการไหลเวียนเลือดครับ

5. คลำเจอวัสดุ Endotine

ในกรณีที่คนไข้ผิวบาง อาจจะคลำเจอส่วนแหลมของ Endotine ได้บ้าง แต่เนื่องจากเป็นวัสดุที่ละลายและดูดซึมได้เองภายใน 3 เดือน เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกไม่สบายนี้จะหายไปเองครับ


วันนี้ผมได้เตรียมข้อมูลความรู้

มาฝากกันหลังจากห่างหายไปนาน

หวังว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยคลายข้อสงสัยให้กับผู้ที่สนใจนะครับ

คราวหน้าผมจะกลับมาพร้อมกับหัวข้อที่มีประโยชน์ยิ่งขึ้นครับ!

ขอบคุณครับ

Vibe Plastic Surgery ชั้น 8 อาคาร Urban Hive, 476 Gangnam-daero, Gangnam-gu, Seoul
Like