2026-06-26
สองสิ่งสำคัญเมื่อตัดสินใจผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน?
การผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนนั้น สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ยี่ห้อหรือขนาด แต่เป็นการวางตำแหน่งซิลิโคนให้เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อน

ในการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนนั้น แม้ว่ายี่ห้อซิลิโคนหรือขนาด CC จะมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการวางตำแหน่งซิลิโคนว่าจะวางไว้ที่ใดและอย่างไร
คุณหมออี แจ-ซู ศัลยแพทย์ตกแต่ง จะมาแนะนำหลักการสำคัญ 2 ประการที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก!!

📌 หลักการที่ 1: ส่วนที่หนาที่สุดของซิลิโคนควรอยู่ตรงกับหัวนม

จุดสำคัญ?? ซิลิโคนเสริมหน้าอกมักจะมีส่วนที่อวบที่สุดอยู่ต่ำกว่ากึ่งกลางเล็กน้อย ในการผ่าตัด ควรวางซิลิโคนให้หัวนมของผู้ป่วยอยู่ในระดับเดียวกับส่วนที่อวบที่สุดของซิลิโคน เพื่อให้ได้รูปทรงที่เป็นธรรมชาติ
เมื่อวางซิลิโคนสูงเกินไป: หน้าอกส่วนบนจะดูนูนออกมา และหัวนมจะดูคล้อยลง
เมื่อวางซิลิโคนต่ำเกินไป: หัวนมจะชี้ขึ้นฟ้า หน้าอกจะดูหย่อนคล้อย และหัวนมอาจโผล่ออกมาเมื่อสวมบิกินี่

📌 หลักการที่ 2: เนื้อเยื่อหน้าอกเดิมและซิลิโคนต้องทับซ้อนกันอย่างดี


จุดสำคัญ ?? ต้องวางตำแหน่งซิลิโคนให้ทับซ้อนกับหน้าอกเดิมได้อย่างแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ให้เกิดขอบหรือรอยแยกที่มองเห็นได้จากภายนอก
หากเนื้อเยื่อทั้งสองไม่ทับซ้อนกันอย่างเหมาะสมและแยกออกจากกัน จะเกิดปรากฏการณ์ ‘รอยพับสองชั้น (Double Bubble)’ ซึ่งเป็นรอยพับใต้หน้าอกเดิมและรอยพับใหม่ที่เกิดจากซิลิโคน
⚠️ เหตุผลที่ยากจะปฏิบัติตามหลักการทั้งสองพร้อมกัน (ในกรณีที่ฐานหน้าอกสั้น)
สำหรับผู้ที่มีระยะห่างจากหัวนมถึงฐานหน้าอกสั้น หลักการทั้งสองมักจะขัดแย้งกัน
หากพยายามปฏิบัติตามหลักการที่ 1 โดยการวางซิลิโคนต่ำลง จะเกิดรอยพับสองชั้น
หากพยายามปฏิบัติตามหลักการที่ 2 โดยการวางซิลิโคนสูงขึ้น จะเกิดภาวะหน้าอกส่วนบนนูน


💡 วิธีแก้ไขสำหรับผู้ที่มีฐานหน้าอกสั้น
การผ่าตัดแผลใต้ราวนม (มีประสิทธิภาพที่สุด): การผ่าตัดด้วยแผลใต้ราวนมแทนการผ่าตัดแผลรักแร้ สามารถป้องกันรอยพับสองชั้นได้มากกว่า 70-80%
ลดขนาดซิลิโคน: เลือกขนาดซิลิโคนที่เล็กลงเล็กน้อยแทนที่จะเลือกขนาดที่ใหญ่เกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนยื่นออกมานอกฐานหน้าอกมากเกินไป
เลือกซิลิโคนทรงสูง (High Profile): การใช้ซิลิโคนทรงสูงที่นูนออกมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนทรงแบน จะช่วยลดการเกิดรอยพับสองชั้นได้แม้ว่าฐานหน้าอกจะสั้น
การผ่าตัดใต้เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (Subfascial Dissection): เป็นวิธีการวางซิลิโคนใต้เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ แต่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปร่างอวบมากกว่าผู้ที่มีรูปร่างผอม

📏 ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรซิลิโคน (cc) และขนาดคัพหน้าอก
เราสามารถประมาณการเปลี่ยนแปลงโดยอ้างอิงจากปริมาตรของแก้วกระดาษทั่วไปหนึ่งแก้ว
เกณฑ์: โดยประมาณ หน้าอกจะใหญ่ขึ้นหนึ่งคัพต่อทุกๆ 140cc

ตัวอย่าง: แม้แต่ผู้ที่มีรูปร่างเล็กมากและหน้าอกแบนราบคัพ A ก็สามารถใส่ซิลิโคนขนาดอย่างน้อย 250cc ได้อย่างปลอดภัย ในกรณีนี้ หน้าอกจะใหญ่ขึ้นเกือบสองคัพ ซึ่งคาดว่าจะได้ผลลัพธ์เป็นคัพ B ขึ้นไปอย่างแน่นอน

ข้อควรระวัง: การอยากได้ขนาดที่ใหญ่เกินขอบเขตที่ปลอดภัยเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดผลข้างเคียง (การละเมิดหลักการ) ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับขนาดสูงสุดที่ปลอดภัย โดยลองใช้ ‘ไซเซอร์ (ซิลิโคนจำลอง)’ ที่คลินิกมีให้ลองสวมใต้เสื้อผ้า
ข้อมูลนี้เป็นเพียงคำแนะนำทั่วไปที่อ้างอิงจากข้อเท็จจริงทางการแพทย์ทั่วไป การวินิจฉัยที่ถูกต้องตามรูปร่างและสภาพทรวงอกของแต่ละบุคคล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
* บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยของ Next Plastic Surgery Clinic เข้าใจข้อมูลทางการแพทย์
โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทางการแพทย์
และปฏิบัติตามมาตรา 56 วรรค 1 ของกฎหมายการแพทย์
หลังจากการทำหัตถการหรือการผ่าตัดเสริมหน้าอก
อาการบวม ระยะเวลาพักฟื้น การมีเลือดออก ฯลฯ อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
และจำเป็นต้องระมัดระวังผลข้างเคียง
ดังนั้น จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด
และตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนวางแผนการผ่าตัด