2026-09-03
เคล็ดลับสำคัญในการซ่อนรอยแผลเป็นจากการทำมินิลิฟต์ให้ดูเป็นธรรมชาติคือ ‘ทิศทางการดึง’
การทำมินิลิฟต์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความยาวของแผลผ่าตัดเท่านั้น แต่ทิศทางการดึงผิวหนังต่างหากที่สำคัญ หากดึงผิวหนังมากเกินไปจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่ชัดเจนและใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ การตรึงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้กลับสู่ตำแหน่งเดิมอย่างมั่นคงจะช่วยลดรอยแผลเป็นและทำให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ

※ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทางการแพทย์
ไม่ใช่เนื้อหาที่อยู่ภายใต้การพิจารณาตามมาตรา 56 วรรค 2 และมาตรา 57 ของพระราชบัญญัติการแพทย์ และไม่ใช่โพสต์เชิงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาการพิจารณา
สวัสดีครับ
ผม นายแพทย์พัค จองกึน
ผู้อำนวยการคลินิกศัลยกรรมตกแต่ง Faceplus

เมื่ออายุมากขึ้น ส่วนที่กังวลเป็นอันดับแรกคือ
แนวขากรรไกรและแก้มที่หย่อนคล้อย
เมื่อมองกระจก แก้มส่วนลึกจะหย่อนลงมา
บริเวณข้างมุมปากจะดูหนัก
และใบหน้าโดยรวมจะเริ่มดูเหนื่อยล้า
การผ่าตัดที่หลายคนสนใจในเวลานี้
คือการทำมินิลิฟต์
และคำถามแรกที่ผู้มาปรึกษาส่วนใหญ่ถามก็คือ
‘จะมีแผลเป็นเยอะไหม?’
‘แผลผ่าตัดหน้าหูจะไม่เห็นชัดใช่ไหม?’

แต่รอยแผลเป็นจากการทำมินิลิฟต์
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความยาวของแผลผ่าตัดเท่านั้น
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ
วิธีการดึงผิวหนัง
แม้จะใช้การผ่าตัดแบบเดียวกัน
แต่ถ้าวิธีการดึงไม่ถูกต้อง
รอยแผลเป็นก็จะยิ่งเด่นชัดขึ้น
และใบหน้าก็จะดูไม่เป็นธรรมชาติ
สารบัญ | ||
หากดึงแต่ผิวหนังแรงๆ แผลเป็นจะกว้างขึ้น การลดแผลเป็นต้องให้ความสำคัญกับวิธีการตรึงเนื้อเยื่อ เหตุผลที่แผลเป็นหน้าหูเห็นชัดมีอีกอย่าง มินิลิฟต์ที่ดูเป็นธรรมชาติจะไม่ทำให้สีหน้าเปลี่ยนไป |
1. หากดึงแต่ผิวหนังแรงๆ แผลเป็นจะกว้างขึ้น

หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการทำมินิลิฟต์
คือความตึงของผิวหนัง
หากดึงแก้มที่หย่อนคล้อยขึ้นไปมากเกินไป
แรงจะไปรวมอยู่ที่บริเวณแผลผ่าตัด
ทำให้แนวหน้าหูเปิดออก
และเกิดแผลเป็นสีแดงที่คงอยู่นาน
บริเวณที่ผมขึ้นอาจเปลี่ยนไปอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
หรือติ่งหูอาจดูเหมือนถูกดึงขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากดึงแต่ผิวหนังขึ้นไปแรงๆ
ใบหน้าจะดูแข็งทื่อเหมือนกำลังยิ้ม

บริเวณรอบมุมปากจะถูกดึงขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
ทำให้รู้สึกว่า ‘เหมือนใบหน้าที่ผ่านการผ่าตัดมา’
มินิลิฟต์ไม่ใช่การผ่าตัดที่ดึงผิวหนังแรงๆ
แต่เป็นการผ่าตัดที่จัดตำแหน่งเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย
ให้กลับเข้าที่เดิม
2. การลดแผลเป็นต้องให้ความสำคัญกับวิธีการตรึงเนื้อเยื่อ

ใบหน้าที่หย่อนคล้อยไม่ได้เกิดจากส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น
แต่เกิดจากการหย่อนคล้อยของแก้มส่วนกลาง แนวขากรรไกร และแก้มส่วนลึก
ในทิศทางที่แตกต่างกัน
ดังนั้น หากดึงเนื้อเยื่อทั้งหมดด้วยวิธีเดียวกัน
สมดุลของใบหน้าก็จะเสียไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากความตึงเครียดไปรวมอยู่ที่ผิวหนังหน้าหู
รอยแผลเป็นก็จะยิ่งเห็นชัดขึ้นมาก

ในทางกลับกัน หากเลาะเอ็นยึดผิวหนังออกให้เพียงพอ
และตรึงชั้น SMAS ที่หย่อนคล้อยให้มั่นคง
ความตึงของผิวหนังก็จะลดลงอย่างมาก
ในเวลานี้ ผิวหนังจะอยู่ในสภาพที่ถูกปกคลุมอย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่ใช่สภาพที่ถูกยึดไว้อย่างฝืนๆ
ท้ายที่สุดแล้ว รอยแผลเป็นจะแตกต่างกัน
ขึ้นอยู่กับว่ายังมีความตึงของผิวหนังเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด
มากกว่าตัวแผลผ่าตัดเอง
แม้จะดูคล้ายกันหลังการผ่าตัดทันที
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน
3. เหตุผลที่แผลเป็นหน้าหูเห็นชัดมีอีกอย่าง

หลายคนกังวลแค่ตำแหน่งของรอยกรีด
แต่สิ่งที่เห็นชัดจริงๆ คือ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโดยรอบมากกว่ารอยกรีด
หากติ่งหูดูเหมือนถูกดึงลง
หรือผิวหนังหน้าหูตึงจนดูมันวาว
ก็จะเห็นชัดว่าผ่านการผ่าตัดมาแม้จะมองจากระยะไกล
บางครั้งแนวไรผมก็ดูเหมือนถูกดันไปด้านหลัง
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่วนใหญ่
เกิดจากความตึงของผิวหนังที่มากเกินไป
เนื่องจากดึงขึ้นด้วยแรงของผิวหนังเท่านั้น
โดยไม่ได้ตรึงเนื้อเยื่ออย่างถูกต้อง

ในทางกลับกัน หากการยกกระชับเนื้อเยื่อทำได้อย่างมั่นคง
ผิวหนังหน้าหูจะเข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ
แนวรอยกรีดก็จะซ่อนอยู่ระหว่างเส้นผมและรอยย่น
อย่างมั่นคง
ดังนั้น ในความเป็นจริงแล้ว การเคลื่อนไหวของใบหน้าที่เป็นธรรมชาติ
จึงสำคัญกว่าความยาวของรอยกรีดมาก
4. มินิลิฟต์ที่ดูเป็นธรรมชาติจะไม่ทำให้สีหน้าเปลี่ยนไป

กรณีที่ได้รับความพึงพอใจสูงสุดหลังการผ่าตัดคือ
การได้รับคำชมว่า ‘ดูดีขึ้น’
มากกว่าคำว่า ‘ดูอ่อนเยาว์ลง’
หากใบหน้าดูตึงกระชับขึ้นอย่างกะทันหัน
คนรอบข้างก็จะรู้ทันทีว่าผ่านการผ่าตัดมา
ในทางกลับกัน หากแนวขากรรไกรและแก้มดูเรียบร้อยขึ้น
และสีหน้าดูคมชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ก็จะได้รับความพึงพอใจสูงกว่ามาก
มินิลิฟต์ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะกรีดแผลได้เล็กที่สุด
แต่หัวใจสำคัญคือการฟื้นฟูโครงสร้างใบหน้า
ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด

และส่วนที่ส่งผลต่อผลลัพธ์มากที่สุดคือ
วิธีการดึง
หากไม่ดึงผิวหนังขึ้นไปอย่างฝืนๆ
แต่ตรึงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้กลับสู่ตำแหน่งเดิมอย่างมั่นคง
รอยแผลเป็นก็จะเห็นน้อยลง
และใบหน้าก็จะดูเป็นธรรมชาติ
หากคุณกำลังพิจารณาการทำมินิลิฟต์
อย่ามองแค่ขนาดของรอยกรีดเท่านั้น
แต่ต้องตรวจสอบด้วยว่ามีการตรึงชั้นใดและอย่างไร
อย่างละเอียด
-เวลาทำการ-
วันธรรมดา 9:00 ~ 18:00 น. วันเสาร์ 9:00 ~ 16:00 น. วันหยุดนักขัตฤกษ์ / วันอาทิตย์ ปิดทำการปกติ |
-ช่องทางการติดต่อ-
Faceplus Plastic Surgery Clinic | ||
โทรศัพท์สอบถาม: 02-541-8500 สอบถาม: สอบถามทาง KakaoTalk |
-แผนที่-
คำถามที่พบบ่อย
กังวลว่าจะมีแผลเป็นเยอะหลังทำมินิลิฟต์
ไม่ครับ แผลเป็นจากการทำมินิลิฟต์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความยาวของแผลผ่าตัดเท่านั้น หากไม่ดึงผิวหนังมากเกินไปและตรึงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้มั่นคง ก็จะเห็นแผลเป็นน้อยลงและได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
แผลผ่าตัดหน้าหูหลังทำมินิลิฟต์จะเห็นชัดได้ไหม?
ได้ครับ เหตุผลหลักที่แผลผ่าตัดหน้าหูเห็นชัดคือความตึงของผิวหนังที่มากเกินไป ทำให้ติ่งหูถูกดึงลงหรือแนวไรผมถูกดันไปด้านหลัง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโดยรอบ
ใบหน้าจะดูไม่เป็นธรรมชาติหลังทำมินิลิฟต์ได้ไหม?
ได้ครับ หากดึงแต่ผิวหนังขึ้นไปแรงๆ ใบหน้าจะดูแข็งทื่อเหมือนกำลังยิ้ม หรือบริเวณรอบมุมปากจะถูกดึงขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้เห็นชัดว่าผ่านการผ่าตัดมา
อะไรคือสิ่งสำคัญในการลดแผลเป็นจากการทำมินิลิฟต์?
สิ่งสำคัญในการลดแผลเป็นจากการทำมินิลิฟต์คือวิธีการตรึงเนื้อเยื่อ ต้องเลาะเอ็นยึดผิวหนังออกให้เพียงพอและตรึงชั้น SMAS ที่หย่อนคล้อยให้มั่นคง เพื่อลดความตึงของผิวหนังอย่างมาก ทำให้แผลเป็นเห็นน้อยลง
อะไรคือหัวใจสำคัญในการได้ผลลัพธ์มินิลิฟต์ที่เป็นธรรมชาติ?
หัวใจสำคัญในการได้ผลลัพธ์มินิลิฟต์ที่เป็นธรรมชาติคือการฟื้นฟูโครงสร้างใบหน้าให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด วิธีการที่ไม่ดึงผิวหนังมากเกินไป แต่ตรึงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้กลับสู่ตำแหน่งเดิมอย่างมั่นคงนั้นสำคัญมากครับ